วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

มึงเป็นไรมากป้ะ ?

กุมาทำงานที่เชียงใหม่ได้ครึ่งปีแระมั้ง
มาตั้งแต่ปลายฝนต้นหนาวเลยทีเดียว
กุดีใจมากๆที่ฝนตกแต่กุก็เสือกช้ำใจอีกมากๆเช่นกัน
เพราะฝนตกไม่เท่าไหร่อากาศหนาวแม่งเสือกเข้ามาแทนที่
เซ็งสัด !
กุเป็นคนที่เกลียดหน้าหนาวสุดๆ เกลียดพอๆกับอีอากาศร้อนๆห่าลากนั่นด้วย
ฤดูทั้งสองฤดูนี้ ทำกุหงุดหงิดมากๆ ร้อนเกินไปก็หงุดหงิดจิตตก
ยิ่งหนาวล่ะก็ หงุดหงิดจิตตกไม่แพ้กัน
ตอนแรกกุคิดว่าเชียงใหม่จะมีอาหารที่เร้าใจ
แต่สุดท้าย กุคิดว่าพิดโลก ยังดูมีอะไรน่ากินกว่านี้อีก
( แล้วมึงไม่ไปทำงานพิดโลกล่ะ ? )
และแล้วสายตากุก็เหลือบไปเห็นร้านส้มตำ กุคิดได้ว่า
เอาวะ แดกส้มตำดีกว่ากุเดินดุ่ม ๆ ผ่านหน้าร้านส้มตำแล้วชายตามองดูว่า
เอ ... วันนี้จะแดกของร้านไหนดีหว่า หาร้านที่น่ากิน ๆ
ดูแล้วรู้สึกว่า มันน่าจะตำได้อร่อยเหาะ
กุจึงมาหยุดอยู่ที่ร้านส้มตำร้านหนึ่ง กุบอกอิเจ้นี่ว่า
( ณ บัดนาว กุใส่ภาษาเหนือล้วนๆ กุไม่แคร์ว่า
คนที่กุพูดด้วยพูดภาษากลางหรือไม่กุพูดเหนือตลอด )
กุ : พี่คะ เอาส้มตำปูไทย ค่ะ เอ่อ ... เอาเป็นแบบว่าใช้มะม่วงตำแทนได้มั้ยคะ ?
เอาแบบตำแทนมะละกอน่ะค่ะแต่ตำแบบปูไทย ไม่ใช่ตำเหมือนตำมะม่วงน่ะ ?
( คือกุกำลังอธิบายประมาณว่า ไม่ใช่ตำใส่ปลาแห้งอะไรนั่น
เหมือนตำแบบเอาเส้นมะม่วงแทนมะละกอ
กุจะเอารสชาติที่ใส่เครื่องเหมือนมะละกอ )
อิเจ้ : ก็อะไรล่ะ ตำแบบไหนล่ะ
กุ : เอ่อ ... ก็เอาเส้นมะม่วงใส่แทนมะละกอไง
อิเจ้ : ใส่ปลาแห้งนั่นไง
กุ : เอ่อ ไม่ใช่ค่ะ ที่ไม่ต้องใส่ปลาแห้งไงคะ ที่เอาเส้นมะละกอใส่แทน ไง
แต่ทำเหมือนตำปูไทย
ฯลฯ
กุอธิบายอยู่นานมาก แล้วอีเหี้ยนี่ก็ไม่ได้พูดดี ๆ กับกุนะ
เอ๊ะ อีสัด กุไปฆ่าพ่อมึงเหรอ ?
หรือกุเคยไปเป็นชู้กับผัวมึง ?
อ๊ะ หรือกุกะลังใช้ตุดสั่งส้มตำแทนปาก ?
อะไรยังไง
บ้าป้ะเนี่ย คุยกับกุดี ๆ ก็ได้ กุเป็นลูกค้ามึงนะ เอาเงินมาแลกกับส้มตำดี ๆ ซักถุง
มึงตั้งร้านไว้ทำไม ไปเป็นฝ่ายเร่งรัดหนี้สินดีมั้ย ?
หน้าตาอย่างกะส้นตีน
กุก็เอ๊า หน้าตาไม่ได้บ่งบอกถึงหัวใจกุพยายามคิดเช่นนี้
ไม่มองคนที่หน้าตา แต่อิเจ้นี่ไม่ไหวจริงๆค่ะพี่น้อง
หน้าตาหงิกเป็นส้นตีนแล้ว ยังสันดานถ่อยมาอีก
กุว่ากุถ่อยแล้วนะ !!!
พออธิบายจนอีเจ้เก็ทแล้ว มันก็บอกว่า
อิเจ้ : ( หันหน้าไปคุยกับเพื่อนมันที่นั่งข้างๆ )
โอ๊ย ก็แค่เนี้ยะ ก็แค่บอกว่า ตำเป็นมะละกอ
แค่เอาเส้นมะม่วงใส่
อ่าวอีหน้าส้นตีน กุบอกมึงแล้วนี่ มะกี๊น่ะ ตั้งใจฟังกุบ้างมั้ย
แล้วเหี้ยอะไร หันไปนินทากุต่อหน้าต่อตา กับเพื่อนแม่ง
แล้วก็ทำเป็นเชิด ๆ ใส่กุ
ตอนนั้น ถ้ากุไม่มีสมบัติผู้ดีแล้วล่ะก็ กุคงด่า แล้วเดินเชิ่ดหนีไปแระ
จากนั้นแม่งก็ตำ ๆ ๆ ๆ ๆ ให้กุ กุก็เริ่มสังเกตแระ
อ่าวๆ นั่นมันอะไร นั่นมันขวดน้ำปลาร้านิ
กุไม่ได้กระแดะนะ แต่กุสั่งตำปูไทย ไป 2 รอบ
กลัวแม่งไม่ได้ยิน
อ่าวเฮ้ย !!!
กุ : พี่คะ ๆ มะกี้นี้ใส่อะไรเหรอ ? ถ้าเป็นน้ำปลาร้า ไม่เอานะคะ
ไม่ได้สั่ง นู๋สั่ง ตำปูไทยค่ะ
อิเจ้ : อ้าว ก็สั่งปูปลาร้าไม่ใช่เหรอ
กุ : ( มองหน้าอีสัดนั่น ทำหน้ายิ้มเล็กน้อย ตามแบบคนเหนือที่เป็นคนอ่อนหวาน
แต่ในใจ กุอยากปรี่เข้าไปตบ ถ้ามันล้ม กุจะเอาตีนบี้หนังหน้ามัน ! )
หนูไม่ได้สั่งค่ะ มะกี้หนูบอกพี่ว่า เอาตำปูไทย สั่งไปตั้ง 2 ครั้งค่ะ
( กุยังยืนยันคำเดิม เพื่อศักดิ์ศรีของกุเอง )
อิเจ้ : ( ทำหน้าไม่พอใจ ราวกับว่า ผัวบอกเลิก
พร้อมกับยกทัพพีที่ตักเส้นมะละกอที่เปียกโชกด้วยน้ำปลาร้าขึ้นมา )
เอ้า ! แล้วแบบนี้จะทำไงเนี่ย
( หันหน้ามามองกุอีกรอบ เหมือนยัดเยียดว่า
มึงคงต้องแดกครกนี้แล้วล่ะ เพราะกุตำไปแว้ววว )
กุ : หนูไม่เอาค่ะ ไม่ได้สั่ง
( น้ำเสียงเริ่มเข้มกว่าเดิมนิดหน่อย
เพราะตอนแรกกระแดะทำเสียงหวาน ปานน้ำผึ้ง )
อิเจ้ : โอ๊ย เสียดายครกนี้
สันดาน ! มึงไม่แดกเองล่ะ กุไม่ได้สั่ง
กุคิดไว้ในใจแล้วว่า ต่อไปนี้ กุจะไม่ยอมอะไรง่ายๆอีกแล้ว
เมื่อก่อนกุโดนสอนว่า ต้องไม่เรื่องมาก ไม่ต้องไปต่อปากต่อคำ
อะไรที่โอนอ่อนได้ก็ทำไปแต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
นับวัน สังคมเราเริ่มจะเอาเปรียบกันมากขึ้น
อย่างเช่นกรณีอีเจ้ผัวไม่ล่อ คนนี้
จากนั้นกุจึงยืนรอแม่งตำให้กุจนเสร็จ สุดท้าย ก็โอเค
กุก็ได้ส้มตำปูไทย สมใจกุ
แต่ถ้าเป็นคนอื่น อาจจะเดินหนี แล้วก็ไม่ยอมจ่ายเงินก็ได้
แต่กุก็ไม่ทำแฮะ แปลกใจตัวเองเหมือนกัน แต่ยังคงยืนยันว่าจะเอาให้ได้
แต่ถ้าแม่งด่ากุ กุก็คงด่ากลับไปเหมือนกัน กุก็ว่า ตอนไปยืนสั่ง
กุก็ทำหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ให้รู้กันว่า คนหน้าตาจิก ๆ เยี่ยงกุ
ก็เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์
กุจะไม่บอกเพื่อทำลายชื่อเสียงของร้านส้มตำมันหรอกว่า
ชื่อร้าน " ส้มตำครกเงิน "
บังเอิญ กุไม่อยากให้ใครที่เข้ามาอ่าน แล้วจะอคติง่ะ
ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง เอ่อ ... กุไม่อยากบอกสถานที่ตั้งหรอกว่า
ร้านมันจะอยู่เยื้องกับ " กาดต้นพยอม " อ้ะนะ
กุกลัวบอกไปแล้วทำลายชื่อเสียงไงกุเป็นคนนิสัยอย่างงั้นเหรอ ?
งิงิ
ใครไม่เชื่อต้องลองไปดูหนังหน้าของมันได้
อ๊ะๆ แต่กันเป็นโรค ต้องสวมใส่เสื้อเกราะ กันมันพ่นพิษใส่
และควรใส่แว่นตากันรังสีด้วย เพราะอินี่ มันมีของ ของเค้าแรงจริง ๆ
เผื่อสบตาไปแล้ว อาจตายได้ เด๊วแม่งจิก ๆ
กร๊ากกกกก
นับแต่วันนั้น อิเจ้เหี้ยนี่ ก็ไม่เคยได้รับเงินจากกุอีกเลย
กุเดินผ่านไป ก็เห็นมันหน้าหงิกเป็นส้นตีนกับลูกค้าเช่นเคย
ลูกค้าที่ยืนซื้อก็ไม่ค่อยมี ( เท่าที่กุเดินผ่านไปเห็นอ้ะนะ )
เสนียดมาก ๆ ไม่อยากจะเดินผ่านแม่งเลยจริง ๆ
กลัวหน้าหงิก ๆ นั่น จะติดแล้วซึมเข้าผิวหนัง
จากนั้นก็เข้าสู่กระแสเลือด กลัว ๆ ไม่เอา ไม่สวย
ฮรี่ ๆ ๆ ๆ
จะขายเหี้ยไรก็ขายไป แต่อย่าทำหน้าหงิก กุไม่ชอบ
คนจะซื้อไปแดกอย่างมีความสุข
เจอขี้หน้าเหี้ย ๆ ปากก็เหี้ย อย่างนี้ จะแดกลงมั้ย ?
ไอ่ที่ซื้อไปมันจะอร่อยป้ะ
กุบอกแล้ว กุไม่ยอม !!!
แล้ววันนั้น กุก็แดกส้มตำได้รสชาติสุดเฝื่อน
ไม่แน่ใจว่ามันตำไม่อร่อย หรือเพราะอคติที่กุใส่ลงไปผสมกับรสชาติส้มตำกันแน่
แต่ที่แน่ ๆ กุเอาไปโพนทะนา หมดแล้วว่า
ร้านเนี้ยะ อย่าไปแดก เจ้าของเป็นหมา ดุชิบหาย
เดินผ่านก็ต้องระวังกลัวผิวหนังเสื่อม แบบว่าน้ำลายจะกระเด็นมาโดน
ตอนที่แม่งพูดกับลุกค้าคนอื่น
ไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำลายหรือน้ำกรดกันแน่
จริง ๆ ร้านน่ะไม่เหี้ยทะไหร่ ดูน่ากิน มั่กๆ
แต่อีคนขาย เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เรื่องนี้สอนให้ทุกคนได้รู้ว่า มึงไม่รู้ซะแล้วว่ากุคือเจ้าของบล็อกถ่อย
"ภาษาเหนือวันละคำวันนี้ คำว่า เวิ่นเว้อ อ่านว่า เวิ่น - เว้อ
แปลว่า ไร้สาระ , เบลอ ๆ , งง ๆ , สุดฤทธิ์กันไป
( ศัพท์วัยรุ่นที่อุบัติขึ้นใหม่ เริ่มต้นในเชียงใหม่
และได้แพร่หลายไปยังอีกหลายจังหวัด )
แต่งประโยค ตะคืนกุง่อมไบ้ง่อมง่าว กึ้ดนัก เครียด เวิ่นเว้ขนาด
แปลอีกทีว่ะ เมื่อคืนกุเหงาโคตรๆ คิดมาก เครียด ไร้สาระมาก ๆ
บ๊าย...บาย
นู๋บลิว เซเลอร์มูน ก๋ากั่น
ป.ล. จริง ๆ กุคิดว่า การทำดี ไม่ได้มีส่วนช่วยให้ใครรักเราหรอก
มันจะรักหรือไม่รัก อยู่ที่จิตใจมัน ไม่ใช่ที่เราทำดี กุพิสูจน์มาแล้ว !!!

4 ความคิดเห็น:

ไอซ์อ่าน๊า กล่าวว่า...

ติดตามอ่านบล๊อกนี้มาน๊าน นาน

ในฐานนะที่เปนคนเหนือเหมือนกัน

อยากบอกว่า

สะใจมากคร่ะ 5555+ ชอบๆ

แล้วจาแวะมาอ่านใหม่น๊า

เทคแคร์ๆ

GirlTear กล่าวว่า...

อ่อ ขอบใจค่ะ

ว่าแต่ว่า ติดตามอ่านนานแค่ไหนหว่า

ป.ล อยากรู้ไง ไม่รู้ว่าเขียนแล้วใครมาอ่านบ้าง

เห็นไม่ได้คอมเม้นท์ ก็นึกว่าไม่มีใครอ่าน นึกว่าตัวเองเข้ามาอ่านรำลึกความหลังตัวเองคนเดียว

เหอๆ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ภาษาถ่อยมากน้อง สมกับconcept แต่เนื้อหาได้ใจสุดๆ อ่านไปขำไป น่าเขียนหนังสือขายนะ ท่าจะรวยแต่คงต้องเปลี่ยนแปลงภาษาเล็กน้อย เจอโดยบังเอิญน่ะ อ่านแล้วติดเลย ต้องอ่านต่อ ด่าแม่ค้าได้สะใจดี จะตามอ่านต่อไปนะ ^_^

GirlTear กล่าวว่า...

หากคุณพี่อ่านต่อไปเรื่อยๆ อย่างที่บอกจริงๆ คุณพี่คงจะทราบอะไรต่อมิอะไร

ที่เดี๊ยนได้เขียนก่อนหน้านี้ จนเดี๊ยนคงไม่ต้องอธิบาย

ลงในนี้อีกแล้วน่ะค่ะ

ป.ล แต่ก็ขอบคุณนะคะ ที่สู้อุตส่าห์เม้นท์ให้ แม่งอ่านของกุจริงเปล่าไม่รู้ แต่นู๋ก็แอบดีใจค่ะ จุ๊บๆ