ถ่อย

ทำไมใครๆต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อตลาดของสังคมด้วยวะ คิดยังไง อยากทำอะไร ทำไมต้องเลียนแบบ คนเราต้องเป็นตัวของเราเองสิวะ ... เนี่ยแหละ บล็อกกุ ส้วมของกุ บ่งบอกความสันดานของตัวกุ อยากอ่านก็อ่าน ไม่อยากอ่านก็ไม่ต้องอ่าน และถ้าใครขี้เกียจจะอ่าน ก็ไม่ต้องเสือกเม้นท์ บล็อกกุต้องอ่านก่อน ถึงจะเม้นท์ได้ ฉะนั้น ... ไม่อยากอ่าน ก็กดกากบาทข้างบน ปิดแม่งไปเลยค่ะ ขอบคุณที่ใช้บริการส้วมแห่งนี้ ตุ่ง ตุง ตุ๊งงงง ...

วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

มึงเป็นไรมากป้ะ ?

กุมาทำงานที่เชียงใหม่ได้ครึ่งปีแระมั้ง
มาตั้งแต่ปลายฝนต้นหนาวเลยทีเดียว
กุดีใจมากๆที่ฝนตกแต่กุก็เสือกช้ำใจอีกมากๆเช่นกัน
เพราะฝนตกไม่เท่าไหร่อากาศหนาวแม่งเสือกเข้ามาแทนที่
เซ็งสัด !
กุเป็นคนที่เกลียดหน้าหนาวสุดๆ เกลียดพอๆกับอีอากาศร้อนๆห่าลากนั่นด้วย
ฤดูทั้งสองฤดูนี้ ทำกุหงุดหงิดมากๆ ร้อนเกินไปก็หงุดหงิดจิตตก
ยิ่งหนาวล่ะก็ หงุดหงิดจิตตกไม่แพ้กัน
ตอนแรกกุคิดว่าเชียงใหม่จะมีอาหารที่เร้าใจ
แต่สุดท้าย กุคิดว่าพิดโลก ยังดูมีอะไรน่ากินกว่านี้อีก
( แล้วมึงไม่ไปทำงานพิดโลกล่ะ ? )
และแล้วสายตากุก็เหลือบไปเห็นร้านส้มตำ กุคิดได้ว่า
เอาวะ แดกส้มตำดีกว่ากุเดินดุ่มๆ ผ่านหน้าร้านส้มตำแล้วชายตามองดูว่า
เอ ... วันนี้จะแดกของร้านไหนดีหว่า หาร้านที่น่ากินๆ
ดูแล้วรู้สึกว่า มันน่าจะตำได้อร่อยเหาะ
กุจึงมาหยุดอยู่ที่ร้านส้มตำร้านหนึ่ง กุบอกอิเจ้นี่ว่า
( ณ บัดนาว กุใส่ภาษาเหนือล้วนๆ กุไม่แคร์ว่า
คนที่กุพูดด้วยพูดภาษากลางหรือไม่กุพูดเหนือตลอด )
กุ : พี่คะ เอาส้มตำปูไทย ค่ะ เอ่อ ... เอาเป็นแบบว่าใช้มะม่วงตำแทนได้มั้ยคะ ?
เอาแบบตำแทนมะละกอน่ะค่ะแต่ตำแบบปูไทย ไม่ใช่ตำเหมือนตำมะม่วงน่ะ ?
( คือกุกำลังอธิบายประมาณว่า ไม่ใช่ตำใส่ปลาแห้งอะไรนั่น
เหมือนตำแบบเอาเส้นมะม่วงแทนมะละกอ
กุจะเอารสชาติที่ใส่เครื่องเหมือนมะละกอ )
อิเจ้ : ก็อะไรล่ะ ตำแบบไหนล่ะ
กุ : เอ่อ ... ก็เอาเส้นมะม่วงใส่แทนมะละกอไง
อิเจ้ : ใส่ปลาแห้งนั่นไง
กุ : เอ่อ ไม่ใช่ค่ะ ที่ไม่ต้องใส่ปลาแห้งไงคะ ที่เอาเส้นมะละกอใส่แทน ไง
แต่ทำเหมือนตำปูไทย
ฯลฯ
กุอธิบายอยู่นานมาก แล้วอีเหี้ยนี่ก็ไม่ได้พูดดีๆกับกุนะ
เอ๊ะ อีสัด กุไปฆ่าพ่อมึงเหรอ ?
หรือกุเคยไปเป็นชู้กับผัวมึง ?
อ๊ะ หรือกุกะลังใช้ตุดสั่งส้มตำแทนปาก ?
อะไรยังไง
บ้าป้ะเนี่ย คุยกับกุดีๆก็ได้ กุเป็นลูกค้ามึงนะ เอาเงินมาแลกกับส้มตำดีๆซักถุง
มึงตั้งร้านไว้ทำไม ไปเป็นฝ่ายเร่งรัดหนี้สินดีมั้ย ?
หน้าตาอย่างกะส้นตีน
กุก็เอ๊า หน้าตาไม่ได้บ่งบอกถึงหัวใจกุพยายามคิดเช่นนี้
ไม่มองคนที่หน้าตา แต่อิเจ้นี่ไม่ไหวจริงๆค่ะพี่น้อง
หน้าตาหงิกเป็นส้นตีนแล้ว ยังสันดานถ่อยมาอีก
กุว่ากุถ่อยแล้วนะ !!!
พออธิบายจนอีเจ้เก็ทแล้ว มันก็บอกว่า
อิเจ้ : ( หันหน้าไปคุยกับเพื่อนมันที่นั่งข้างๆ )
โอ๊ย ก็แค่เนี้ยะ ก็แค่บอกว่า ตำเป็นมะละกอ
แค่เอาเส้นมะม่วงใส่
อ่าวอีหน้าส้นตีน กุบอกมึงแล้วนี่ มะกี๊น่ะ ตั้งใจฟังกุบ้างมั้ย
แล้วเหี้ยอะไร หันไปนินทากุต่อหน้าต่อตา กับเพื่อนแม่ง
แล้วก็ทำเป็นเชิดๆใส่กุ
ตอนนั้น ถ้ากุไม่มีสมบัติผู้ดีแล้วล่ะก็ กุคงด่า แล้วเดินเชิ่ดหนีไปแระ
จากนั้นแม่งก็ตำๆๆๆๆ ให้กุ กุก็เริ่มสังเกตแระ
อ่าวๆ นั่นมันอะไร นั่นมันขวดน้ำปลาร้านิ
กุไม่ได้กระแดะนะ แต่กุสั่งตำปูไทย ไป 2 รอบ
กลัวแม่งไม่ได้ยิน
อ่าวเฮ้ย !!!
กุ : พี่คะๆ มะกี๊นี้ใส่อะไรเหรอ ? ถ้าเป็นน้ำปลาร้า ไม่เอานะคะ
ไม่ได้สั่ง นู๋สั่ง ตำปูไทยค่ะ
อิเจ้ : อ้าว ก็สั่งปูปลาร้าไม่ใช่เหรอ
กุ : ( มองหน้าอีสัดนั่น ทำหน้ายิ้มเล็กน้อย ตามแบบคนเหนือที่เป็นคนอ่อนหวาน
แต่ในใจ กุอยากปรี่เข้าไปตบ ถ้ามันล้ม กุจะเอาตีนบี้หนังหน้ามัน ! )
นู๋ไม่ได้สั่งค่ะ มะกี๊นู๋บอกพี่ว่า เอาตำปูไทย สั่งไปตั้ง 2 ครั้งค่ะ
( กุยังยืนยันคำเดิม เพื่อศักดิ์ศรีของกุเอง )
อิเจ้ : ( ทำหน้าไม่พอใจ ราวกับว่า ผัวบอกเลิก
พร้อมกับยกทัพพีที่ตักเส้นมะละกอที่เปียกโชกด้วยน้ำปลาร้าขึ้นมา )
เอ้า ! แล้วแบบนี้จะทำไงเนี่ย
( หันหน้ามามองกุอีกรอบ เหมือนยัดเยียดว่า
มึงคงต้องแดกครกนี้แล้วล่ะ เพราะกุตำไปแว้ววว )
กุ : นู๋ไม่เอาค่ะ ไม่ได้สั่ง
( น้ำเสียงเริ่มเข้มกว่าเดิมนิดหน่อย
เพราะตอนแรกกระแดะทำเสียงหวาน ปานน้ำผึ้ง )
อิเจ้ : โอ๊ย เสียดายครกนี้
สันดาน ! มึงไม่แดกเองล่ะ กุไม่ได้สั่ง
กุคิดไว้ในใจแล้วว่า ต่อไปนี้ กุจะไม่ยอมอะไรง่ายๆอีกแล้ว
เมื่อก่อนกุโดนสอนว่า ต้องไม่เรื่องมาก ไม่ต้องไปต่อปากต่อคำ
อะไรที่โอนอ่อนได้ก็ทำไปแต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
นับวัน สังคมเราเริ่มจะเอาเปรียบกันมากขึ้น
อย่างเช่นกรณีอีเจ้ผัวไม่ล่อ คนนี้
จากนั้นกุจึงยืนรอแม่งตำให้กุจนเสร็จ สุดท้าย ก็โอเค
กุก็ได้ส้มตำปูไทย สมใจกุ
แต่ถ้าเป็นคนอื่น อาจจะเดินหนี แล้วก็ไม่ยอมจ่ายเงินก็ได้
แต่กุก็ไม่ทำแฮะ แปลกใจตัวเองเหมือนกัน แต่ยังคงยืนยันว่าจะเอาให้ได้
แต่ถ้าแม่งด่ากุ กุก็คงด่ากลับไปเหมือนกัน กุก็ว่า ตอนไปยืนสั่ง
กุก็ทำหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ให้รู้กันว่า คนหน้าตาจิกๆเยี่ยงกุ
ก็เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์
กุจะไม่บอกเพื่อทำลายชื่อเสียงของร้านส้มตำมันหรอกว่า
ชื่อร้าน " ส้มตำครกเงิน "
บังเอิญ กุไม่อยากให้ใครที่เข้ามาอ่าน แล้วจะอคติง่ะ
ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง เอ่อ ... กุไม่อยากบอกสถานที่ตั้งหรอกว่า
ร้านมันจะอยู่เยื้องกับ " กาดต้นพยอม " อ้ะนะ
กุกลัวบอกไปแล้วทำลายชื่อเสียงไงกุเป็นคนนิสัยอย่างงั้นเหรอ ?
งิงิ
ใครไม่เชื่อต้องลองไปดูหนังหน้าของมันได้
อ๊ะๆ แต่กันเป็นโรค ต้องสวมใส่เสื้อเกราะ กันมันพ่นพิษใส่
และควรใส่แว่นตากันรังสีด้วย เพราะอินี่ มันมีของ ของเค้าแรงจริงๆ
เผื่อสบตาไปแล้ว อาจตายได้ เด๊วแม่งจิก ๆ
กร๊ากกกกก
นับแต่วันนั้น อิเจ้เหี้ยนี่ ก็ไม่เคยได้รับเงินจากกุอีกเลย
กุเดินผ่านไป ก็เห็นมันหน้าหงิกเป็นส้นตีนกับลูกค้าเช่นเคย
ลูกค้าที่ยืนซื้อก็ไม่ค่อยมี ( เท่าที่กุเดินผ่านไปเห็นอ้ะนะ )
เสนียดมากๆ ไม่อยากจะเดินผ่านแม่งเลยจริงๆ
กลัวหน้าหงิกๆนั่น จะติดแล้วซึมเข้าผิวหนัง
จากนั้นก็เข้าสู่กระแสเลือด กลัวๆ ไม่เอา ไม่สวย
ฮรี่ๆๆๆ
จะขายเหี้ยไรก็ขายไป แต่อย่าทำหน้าหงิก กุไม่ชอบ
คนจะซื้อไปแดกอย่างมีความสุข
เจอขี้หน้าเหี้ยๆ ปากก็เหี้ย อย่างนี้ จะแดกลงมั้ย ?
ไอ่ที่ซื้อไปมันจะอร่อยป้ะ
กุบอกแล้ว กุไม่ยอม !!!
แล้ววันนั้น กุก็แดกส้มตำได้รสชาติสุดเฝื่อน
ไม่แน่ใจว่ามันตำไม่อร่อย หรือเพราะอคติที่กุใส่ลงไปผสมกับรสชาติส้มตำกันแน่
แต่ที่แน่ๆ กุเอาไปโพนทะนา หมดแล้วว่า
ร้านเนี้ยะ อย่าไปแดก เจ้าของเป็นหมา ดุชิบหาย
เดินผ่านก็ต้องระวังกลัวผิวหนังเสื่อม แบบว่าน้ำลายจะกระเด็นมาโดน
ตอนที่แม่งพูดกับลุกค้าคนอื่น
ไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำลายหรือน้ำกรดกันแน่
จริงๆร้านน่ะไม่เหี้ยทะไหร่ ดูน่ากิน มั่กๆ
แต่อีคนขาย เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เรื่องนี้สอนให้ทุกคนได้รู้ว่า มึงไม่รู้ซะแล้วว่ากุคือเจ้าของบล็อกถ่อย
"ภาษาเหนือวันละคำวันนี้ คำว่า เวิ่นเว้อ อ่านว่า เวิ่น - เว้อ
แปลว่า ไร้สาระ , เบลอๆ , งงๆ , สุดฤทธิ์กันไป
( ศัพท์วัยรุ่นที่อุบัติขึ้นใหม่ เริ่มต้นในเชียงใหม่
และได้แพร่หลายไปยังอีกหลายจังหวัด )
แต่งประโยค ตะคืนกุง่อมไบ้ง่อมง่าว กึ้ดนัก เครียด เวิ่นเว้ขนาด
แปลอีกทีว่ะ เมื่อคืนกุเหงาโคตรๆ คิดมาก เครียด ไร้สาระมากๆ
บ๊าย...บาย
นู๋บลิว เซเลอร์มูน ก๋ากั่น
ป.ล จริงๆกุคิดว่า การทำดี ไม่ได้มีส่วนช่วยให้ใครรักเราหรอก
มันจะรักหรือไม่รัก อยู่ที่จิตใจมัน ไม่ใช่ที่เราทำดี กุพิสูจน์มาแล้ว !!!

4 ร่วมกดชักโครก:

  • At 29 กรกฎาคม, 2008 19:40, Anonymous ไอซ์อ่าน๊า ขอเสือกว่า …

    ติดตามอ่านบล๊อกนี้มาน๊าน นาน

    ในฐานนะที่เปนคนเหนือเหมือนกัน

    อยากบอกว่า

    สะใจมากคร่ะ 5555+ ชอบๆ

    แล้วจาแวะมาอ่านใหม่น๊า

    เทคแคร์ๆ

     
  • At 01 สิงหาคม, 2008 23:49, Blogger GirlTear ขอเสือกว่า …

    อ่อ ขอบใจค่ะ

    ว่าแต่ว่า ติดตามอ่านนานแค่ไหนหว่า

    ป.ล อยากรู้ไง ไม่รู้ว่าเขียนแล้วใครมาอ่านบ้าง

    เห็นไม่ได้คอมเม้นท์ ก็นึกว่าไม่มีใครอ่าน นึกว่าตัวเองเข้ามาอ่านรำลึกความหลังตัวเองคนเดียว

    เหอๆ

     
  • At 27 พฤศจิกายน, 2008 23:00, Anonymous ไม่ระบุชื่อ ขอเสือกว่า …

    ภาษาถ่อยมากน้อง สมกับconcept แต่เนื้อหาได้ใจสุดๆ อ่านไปขำไป น่าเขียนหนังสือขายนะ ท่าจะรวยแต่คงต้องเปลี่ยนแปลงภาษาเล็กน้อย เจอโดยบังเอิญน่ะ อ่านแล้วติดเลย ต้องอ่านต่อ ด่าแม่ค้าได้สะใจดี จะตามอ่านต่อไปนะ ^_^

     
  • At 04 ธันวาคม, 2008 00:12, Blogger GirlTear ขอเสือกว่า …

    หากคุณพี่อ่านต่อไปเรื่อยๆ อย่างที่บอกจริงๆ คุณพี่คงจะทราบอะไรต่อมิอะไร

    ที่เดี๊ยนได้เขียนก่อนหน้านี้ จนเดี๊ยนคงไม่ต้องอธิบาย

    ลงในนี้อีกแล้วน่ะค่ะ

    ป.ล แต่ก็ขอบคุณนะคะ ที่สู้อุตส่าห์เม้นท์ให้ แม่งอ่านของกุจริงเปล่าไม่รู้ แต่นู๋ก็แอบดีใจค่ะ จุ๊บๆ

     

แสดงความคิดเห็น

<< กลับไปหน้าแรก