วันพุธที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2548

รวมฮิต ... ช่วงปิดเทอม

ในที่สุดก็ปิดเทอมแล้วโว้ย ... ดีใจมากค่ะ
กุตกลงกับอิโบน้องกุว่าปิดเทอมนี้
กุจะไปอยู่กะมันที่บางกอก ไม่ใช่อะไร
จะไปอดข้าวอดน้ำที่นู่น คาดว่า อาจจะผอมกลับพิดโลก
หิหิหิ
( จริงๆแล้วกุว่าถ้าไปนะ แม่ต้องส่งเงินให้แด๊กกันเรียบแหงๆ
กุก่าอิโบว์ยิ่งกระเพาะควายกันอยู่ )
อุตส่าห์พูดก่าอิโบว์ไว้ดิบดี
"เห้ยๆ เด๊วกุไปอยู่โด้ยเวร้ย ฮิ้ววว"
แต่แม่ง ฝันกุสลายในบัดดล เพราะน้องชายกุ
ซึ่งเป็นลูกของอากุ มันเสรือกมาเรียนกีต้าร์ที่พิดโลก
ไม่ใช่ที่แพร่ไม่มีที่เรียน แต่มันจะมาพิดโลก
เพราะสาเหตุใดอันนี้กุไม่อาจจะทราบได้
และไม่คิดจะถาม เชอะ ! เด๊วมันหาว่ากุเสือก

กุมีชีวิตไปวันๆ จริงๆ ในช่วงปิดเทอม
หาสาระอะไรไม่ค่อยได้แต่กุว่าดีแล้วที่ไร้สาระ
เพราะถ้าจะเอาสาระกับคนอย่างกุก็ฝันเท่านั้น
กุไม่มีสาระอะไร นอกจาก สาร ( ะ ) เลว !!!
และเมื่อความไร้สาระเข้าครอบงำ
ชีวิตกุจึงมีแต่ความเป็นอยู่แบบลูกโซ่
ทำตัวขึ้นอืดเหมือนหมาเน่าลอยน้ำ ตลอดเวลา
ตื่นมา ก็เกือบเที่ยง บางทีก็เที่ยง ดีจริงๆ
ตื่นมาก็ได้แด่กข้าวกลางวันไม่ต้องแด่กข้าวเช้า
อู๊ยยย ช่วยแม่ ช่วยพ่อ
ช่วยครอบครัว ช่วยชาติ ประหยัดคร่า
จริงๆแล้ว คนตื่นสายนี่ มันอิ่มทิพย์นะ
เหมือนที่ว่ากันว่า "นอนกินบ้านกินเมือง"
แด่กบ้านแด่กเมืองจนอิ่ม เรยนอนได้
ท้องไม่ร้องว่า หิวๆๆๆๆ วะฮะๆ

พอกุสังคยานาตัวเองเสร็จเรียบร้อย
กุก็ซักผ้า ไอ่ผ้าเนี่ย กุซักมันทุกวันแหละ
กุเป็นโรคจิต ไม่ชอบซักผ้า เยอะ ไม่ชอบหมกผ้า
เพราะเด๊วมันจะเหม็นและถ้าเห็นผ้ากองโต
จะรู้สึก เครียดทันที ว่า นี่กุต้องซักเป็นกอง
เท่าภูเขาขนาดนี้เรยเหรอวะเนี่ย ?
จะขี้เกียจในทันที ไม่ได้ๆ กุต้องซักมันทุกวัน
บ้านนี้ก็แปลก ใส่เสื้อผ้ากันเปลืองชิบหายเรย เว้นกุ
พ่อแม่กุอ่ะ ใส่เสื้อผ้าเปลืองแสดดดด
กุก็ไม่เข้าใจว่า ชุดอะไรนักหนา
กลับจากข้างนอก ก็เปลี่ยนแระ เอ่า พอไปเลี้ยงไก่
เลี้ยงน้องหมา เอ่าเปลี่ยนอีกแระ
พอทำภารกิจเสร็จ เอ่า อาบน้ำ เอ่า เปลี่ยนอีก
นอนแล้ว ตื่นเช้ามา เอ่า เปลี่ยนอีก
กุจึงหนีไม่พ้น ที่ต้องซักผ้าเป็นกองๆไม่ได้
อืม ... ว่าไปก็ไม่ไร้สาระซะทั้งหมดแฮะกุ
ในระหว่างที่กุรอผ้ามันปั่นๆ ปู้ยี่ปู้ยำ ปลุกปล้ำ
กับผงซักฟอกในเครื่องนั้นสิ่งที่กุทำประจำ
ติดเป็นสันดาน คือ การนั่งเล่นเน็ท
วันๆ ก็ไม่ทำเหี้ยไร นั่งเล่นเน็ทจนรากงอก
และเมื่อยพุง ตาหลอดดดดด

พอผ้ามันปั่นๆ ก่าผงซักฟอกเสร็จ
กุก็เป็นโรคจิตกลัวผ้าไม่สะอาด อีกเช่นเคย
แม่ง ก็ใครจะไปอยากใส่เสื้อผ้าคันๆได้วะ
กุจะเอาผ้าใส่กะละมัง ที่มีน้ำอยู่เต็มๆปริ่มๆ แทบล้น
แล้วก็จัดการ ล้างๆผ้า ในกะละมัง
มีความสุขที่สุด ที่ได้ รู้ว่า เออผ้าที่กุซัก แม่งโคตรสะอาด
มิเสียแรง ที่ซัก ไหนจะกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่ม
โอววววว สวรรค์จริงๆ เวลาซักผ้าแล้วได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่ม
เอิ้กๆ
กลิ่นสวรรค์ของกุต้องยี่ห้อ comfort สีม่วง
หอมมากๆ ได้ใจกุสุดๆ แต่แม่กุชอบซื้อสีชมพูมา
เง้อ อะไรของแม่กุเนี่ย
-"-
แต่ก็ไม่เป็นไร ก็หอมดีเหมือนกันวะ
แล้วสวรรค์น้อยๆ ก็เกิดขึ้น ณ กะละมัง ซักผ้า
เวลาเล่น msn เพื่อนๆใน ลิสต์ ก็จะชอบถามคำถาม ว่า
"เห้ยทำไรอยู่วะ"
กุก็ตอบว่า
"ซักผ้าว่ะ"
แร้วมันจะบอกประโยคซ้ำๆกันหลายๆคน เหมือนกันเด๊ะ ว่า
"ชิบหายซักทุกวันเรยนะมึง"
อ่าวห่า ... ก็ผ้ากุเยอะ
กุก็อธิบายร้อยแปดพันเก้า ให้มันฟัง ว่า เพราะอะไร
ต้องซักทุกวันแต่หลังๆ กุเริ่มเบื่อ
ที่จะต้องอธิบาย ให้เมื่อยนิ้ว กุจึงตอบสั้นๆว่า
"เสือกไร มันเรื่องของกุ"
แค่นี้ก็จบ ใครเสือกถามอีก กุก็จะตอบงี้อีก
เหอะๆ เอาสิ เอาก่ากุ

เมื่อกิจวัตรตามสันดานกุ
อย่างที่กล่าวไว้คร่าวๆมาแล้วนี้ ก็ยังไม่หมด
ยังเหลือเวลาอีกเยอะก่อนจะหมดไป 1 วัน
ด้วยความที่ เหงา เคล้า เศร้า แอบเปลี่ยว นิดๆ นั้น
กุจึงไปเช่าหนัง ที่ วีดิโอ อีซี่ มาดูซะหน่อย
ส่วนใหญ่แร้ว กุจะดูพวก หนังฝรั่ง แนว comedy มากกว่า
ผลักประตูร้านเข้าไป ก็เดินไปตรงดิ่ง
ที่มุม หนังฝรั่ง แนว comedy หรือไม่ก็เอาหนังเกาหลี มาดู
เลือกที่คิดว่า ฮา สุดๆ กุชอบ ไม่เหมือนหนังญี่ปุ่น
ที่ดูแร้วไม่รู้เรื่องห่าไรซักอย่าง
กุเป็นคนเข้าใจยากส์ ฉะนั้น ต้องดูอะไรที่มันไม่ต้องคิดมาก
เพราะหัวกุกลวงถ้าเพาะเห็ดในสมองได้
เห็ดก็ไม่ขึ้น เพราะไม่มีแม้กระทั่งขี้เลื่อย
สมองกุกลวงโบ๋วววว จริงๆ

เมื่อไร้สาระได้ครบวงจรแล้ว
ชีวิตกุ ก็เป็นแบบนี้ทุกๆวัน
นอนก็โน่นเลย หลังเที่ยงคืน เป็นเช้าวันใหม่อีกครั้ง
แล้วก็เข้านอน ช่วง ตี 2 ตี 3 แล้วแต่กำลังจะอยู่ได้
... ป่าว ... ไม่มีใครบังคับ
แต่กุเป็นโรค ไม่ง่วง อาจจะง่วง แต่ก็นอนไม่หลับ
เพราะอะไรนั้นกุไม่สามารถบอกได้
ไม่ได้เล่นตัว หรือหยิ่ง แต่กุไม่รู้จริงๆว่า
ที่เป็นแบบนี้มันเพราะอะไร
ในเมื่อกุยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้
คนอื่นจะมาเสือกรู้ก่ากุได้ไงกุต้องเสือกรู้ก่อนใคร
เป็นอันดับแรกสิวะ

แต่ก็นั่นแหละ เพราะความที่กุยังไม่เข้าใจตัวเอง
ยังสับสน ยังฟุ้งซ่าน กุเรยไม่ได้บอกใครว่ากุเป็นอะไร
อืม ... แต่ที่แน่ๆ ถ้ากุเป็นแบบนี้บ่อยๆ
ซักวัน กุรู้ว่ากุต้องเป็นคนบ้า แน่ๆ
และเมื่อทำอะไรแบบนี้บ่อยๆ จนติด
มันก็ต้องเบื่อเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่มีปัญญาจะไปไหนได้
กุเรยต้องทำตัวเบื่อโลกแบบนี้ทุกวัน
ซ้ำๆกันจริงๆแล้ว กุไม่เถียงว่า
มีอะไรอีกตั้งเยอะที่กุสามารถทำได้
แต่กุขี้เกียจทำไง เหอๆ กุอ้างไปงั้นๆแหละ
มันมีงานเยอะแยะที่กุทำได้
แต่พอดีความขี้เกียจเข้าครอบงำกุ
เสมือนกับลัทธิราเอเลี่ยน กำลังครอบงำ เหล่าคนโง่
งี่เง่า และ เงี่ยน แอบอ้างทฤษฎี จ้าดง่าว ปัญญาอ่อน
ซึ่งไม่ควรกระทำ และไม่ควรคิด อย่างยิ่ง
ที่จะนำมาใช้ในสังคมที่เริ่มเน่าเฟะ มีหนอนชอนไชยั้วเยี้ยๆ

บางครั้ง กุก็หาไขมันมาใส่ตัวกุอยู่บ่อยๆ
แด่ก chocolate บ้าง แด่ก Unif ifirm บ้าง
แด่กนั่นแด่กนี่ เพราะถือว่ามันคือตัวสร้างความสุขให้กุอย่างหนึ่ง
แต่ก็นั่นแหละ กุก็เริ่มล่ำขึ้น ล่ำขึ้น จนตอนนี้
น้ำหนักก็พรวดขึ้นอย่างแรง เป็นอึ่งอ่างพองตัว ช่วงหน้าฝน
พอน้องมันเรียนกีต้าร์แบบรัดรูป เอ้ย ! แบบรวบรัดเสร็จ
( มันมีพื้นฐานเล็กน้อย )
มันก็กลับแพร่ เพราะโรงเรียนมันเปิดเทอม
ส่วนกุ รอแม่ไปตรวจสุขภาพที่เชียงใหม่
แร้วพอพ่อกับแม่กลับมาพิดโลก กุก็แร่ดไปแพร่ ในทันที
คิดถึงสิ่งแวดล้อมที่แพร่มากๆ
เหมือนกุได้กลับบ้านจริงๆของกุ
บ้านที่อยู่มาตั้งแต่จำความได้
อยู่แพร่ กุก็เล่นกับเด็ก ตัวน้อยๆ อายุ ประมาณ 6 เดือน
ชื่อน้องดรีม น้องดรีมเป็นเด็กที่
ถ้าเทียบกับเด็กสาวรุ่นๆ ก็คงกลายเป็นสเปคอาเสี่ยแน่ๆ
เพราะน้องดรีมเป็นเด็กที่อ้วนๆ อวบๆ ขาวๆ
ดูไปดูมา เหมือนตัวปลวก ยิ่งนักน่ากินมาก
เนื้อคงหวานน่าดู มันน่ารักสุดๆ
( พูดแร้วคิดถึงมันว่ะแม่ง )
กุฟัดมัน หอมแก้มมัน กอดมัน จนมันร้องไห้
ก๊าก สะใจแสดดดดด

ชีวิต วันๆ ก็เล่นก่าเด็ก บางที น้องกุต่อเน็ทไว้
พอกุเดินเข้าไป มันก็ถามว่า "เล่นป่ะ"
กุก็ด้วยความเสียดาย ว่าเออนะ
อุตส่าห์เสียตังค์ต่อเน็ทแร้ว จะ disconnect เรย ก็นะ
เรยตอบว่า "เออเล่นเด่ะ"
ใครเข้ามาอ่าน กุขอสารภาพว่า จริงๆแล้ว
ใจนึงกุก็อยากเล่นระริก ระริกแต่อีกใจนึงก็เบื่อ
แต่มันก็ไม่มีไรทำ ( อีกแล้ว มุขนี้อีกแร้วกุ )
กุเรยมานั่งพุงปลิ้นเล่นเน็ทต่อไป

กุไปวัดมาด้วย ช่วงออกพรรษา ตื่นแต่เช้าเรย
แม่ง หนาวก็หนาว แต่ก็ไม่เป็นไร
ไปทำบุญให้ญาติที่ตายไปแร้ว ทางเหนือจะเป็นแบบนี้
คือ ให้พระพูดสวดๆๆๆ ว่าใครทำบุญให้ใคร
คนที่ตายไปจะได้มารับส่วนบุญ รับข้าวปลาอาหารต่างๆ
กุเห็นผู้หญิงคนนึงในวัด แต่งตัว ก็แบบว่า ชุดไทย
แต่เจ๊แกมั่นมากเขียนคิ้วซะโก่งเป็นสะพานแขวนเรย
ป้ากุเล่าให้ฟังว่าเจ๊แกเคยมีลูก แล้วยกให้คนอื่น
เพราะคิดว่า ตัวเองจะมีได้อีกคน แต่แล้วก็มีไม่ได้
ไปๆมาๆ ก็ไปญี่ปุ่น มีผัวอยู่ญี่ปุ่น
( ซึ่งกุแอบสันนิษฐานไว้ว่า คงไปขายหอยสด )
แร้วเจ๊แกก็กลับมาเมืองไทย ได้มีโอกาสมาเที่ยวที่พิดโลก
วัดหลวงพ่อพุทธชินราช หรือวัดใหญ่
ป้ากุก็เล่าต่อว่า มีใครก็ไม่รู้
เอาตุ๊กตาตัวใหญ่ๆ มาให้เจ๊แกเลี้ยง เจ๊แกก็บอกว่า
เนี่ย ตุ๊กตาตัวนี้ คือลูกของแก
ตั้งชื่อว่า น้องแพท อูยยย กุขนลุก
ม่ว่า เจ๊แกจะไปไหน แกก็จะอุ้มตุ๊กตาตัวนี้ไปด้วยตลอด
บอกว่าเป็นลูก ซึ่งกุก็แอบสันนิษฐานอีกแล้วว่า
ถ้าเป็นคนปกติ เค้าจะทำกันเหรอวะ ?
เจ๊แกอาจจะเพี้ยนๆ เหมือนคนห่วยๆ
ที่นับถือ ลัทธิ ราเอเลี่ยน นั่นแหละ
( นั่นไง เจอกุด่าอีกดอกนึงแร้ว อิอิ )
วันดีคืนดี แกก็จะบอกกับคนอื่นว่า เนี่ย น้องแพท ยิ้มให้แกด้วย
หูยยย กุกลัวง่ะ
-"-
พอละๆ ยิ่งพิมพ์ก็ยิ่งกลัว
แมร่ง ... ตัวล่ำเหมือนควาย
แต่ใจ น้อย เท่า มดลูกของมดแดง
อืม ... กุได้ไปบริจาคเลือดที่อำเภอมาด้วย
เค้ามีพวกกาชาด แล้วก็หมอ มารับบริจาคเลือด
ซึ่งที่บ้านกุ ป้ากุกับอากุ ก็ไปบริจาคทุกๆ 3 เดือน อยู่แล้ว
เค้าจะมีหนังสือแจ้งมา แต่คราวนี้ อากุ เป็นเมนส์
จึงไปบ่ได้ กุเรยบอกว่า กุอยากบริจาค
กุเรยไปก่าป้ากุกุภาวนา ว่า ขออย่าให้เลือดลอย
เพราะกุตั้งใจจริงๆ บริจาคครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4
ปรากฏว่าเลือดกุจม กุดีใจมาก
เพราะอยากบริจาคสุดๆ แต่พอได้ขึ้นเขียง เอ้ย ! ขึ้นนอนเตียง
หมอก็หา เส้นเลือดกุไม่เจอ ตาหลอดดดดด
อีกแร้ววววว หมอหาเส้นเลือดไม่เจออีกแร้ว
กุจะมีปัญหานี้อยู่บ่อยๆ และทุกครั้ง
ที่กุบริจาคเลือดก็ว่าได้ แล้วทำไมคนอ้วนล่ำ กว่ากุ
มันยังเจาะเลือดได้สบายเรยวะ
ตอนแรกเริ่มเจาะมั่วๆที่แขนซ้ายของกุก่อน
พยาบาลบอกกุว่าไม่ฉีดยาชา เพราะหาเส้นเลือดไม่เจอ
กลัวว่าถ้าฉีดเข้าไปแล้ว จะเกิดอาการแขนบวม
กุก็ไม่ว่าอะไร โอ้ย แม่ง เจ็บชิบหายเล้ย !
กุเพิ่งจาเจาะแขนแล้วเจ็บสุดๆ ก็คราวนี้
แล้วเจาะอย่างเดียว รูเดียว มันไม่ได้ เลือดไม่มี
ไม่โดน ว่างั้นเหอะ ก็กระซวกๆๆๆ อยู่หลายครั้ง
จนกุแบบว่า โอ่ยยยย อะไรเนี่ย กุเจ็บแขน
อู๊ยยยย พูดแร้วเสียวว้อย 55555555
พอเจาะแขนซ้ายไม่มีเลือด ก็เอาเข็มเจาะควาย เล่มนั้น
ทิ่มปักไว้ที่แขนซ้ายก่อนแล้วเรียกหมอผู้ชาย
มาเจาะแขนขวาให้กุ หมอผู้ชายเค้าก็ไม่รู้ว่า
แขนซ้ายของกุไม่ได้ฉีดยาชา เค้าก็ไม่ได้สนใจว่า
เข็มเจาะควายนั่นปักแร้วเจ็บ เค้าก็มาเจาะแขนขวา
ก็หาเส้นเลือดไม่เจออีก เค้าเรยมั่วๆ คลำๆเส้นเลือด
แล้วก็ฉีดยาชา แล้วเจาะหาเส้นเลือด ก็ควานหาไม่เจออีก
แม่ง นี่กุไขมันอุดตันเกินไปหรือกุหนังเหนียว
และหนาปานหนังแร่ด กันแน่วะเนี่ย
เหอๆๆปรากฏว่า หมอผู้ชายเจาะเส้นเลือดกุ
แต่มะค่อยจะตรงเท่าไหร่เลือดกุไหล
แต่ไหลแบบเยี่ยวแมว มันไหลนิดเดียวจริงๆ
เค้าต้องขยับเข็มเจาะควายอยู่หลายครั้ง กุก็เจ็บเด่ะ
แม่ง อะไรนักหนาวะตอนบริจาคที่พิดโลก เค้าควานเส้นเลือดกุ
ไม่เจอก็จริง แต่ก็บริจาคได้เต็มถุงตลอด
แต่วันนั้น กุได้บริจาคไปนิดเดียว เพราะเลือดกุไม่ค่อยไหล
ได้ไปไม่เต็มถุงกุเสียใจมาก แซ้ดดดด สุดๆ
กุถามว่า เลือดน้อยไม่เต็มแบบนี้ มันใช้ได้หรือไม่ได้
หมอเค้าก็บอกว่า ก็ใช้ได้ แต่ว่า ให้เด็กๆ ที่ต้องการเลือดน้อยๆ
อืม ... ก็ยังดีวะ แม่ง ดีกว่า เอาไปเททิ้ง แง้ เศร้าตายห่าเรยกุ
อยู่แพร่ ญาติๆกุก็ถามว่ากุจะอยู่ถึงวันไหน
กุก็บอกว่าไม่แน่ อาจจะ 22 หรือ 23
เค้าก็ขุนกุใหญ่เล้ยยย ทำนั่นทำนี่ให้กุแด่ก
โอ๊ยยย สบายพุง มากๆปลิ้นแร้วปลิ้นอีก
ฉะนั้น อย่าสงสัย ว่าทำไม กุน้ำหนักขึ้นพรวด
เพราะนิสัย แด่กกระจาย และ ญาติๆ
กลัวหลาน อดอยากปากมัน
ทำแต่ของที่กุชอบท้างน้าน แระกุก็สันดานชอบแด่ก
กุจึงไม่เกรงใจใครทั้งสิ้นมีให้แด่กก็แด่ก เหอๆๆ
แร้วก็มานั่งเสียใจทีหลัง เห้อ กุไม่น่าแด่กแม่งเรย
แต่เสียใจได้แป๊บเดียว พอมีเมนูใหม่ๆมา
กุก็แด่กอีก วะฮะๆ ชาติหน้าคงผอมหรอก
มีความสุขมาก เมื่อได้อยู่ที่บ้าน ไม่มีที่ไหนหรอก
จะสุขได้เท่าที่บ้าน หวังว่า คนที่กำลังหลงระเริงกับสิ่งเลวร้าย
และอันตรายนอกบ้าน จะเข้าใจได้เร็วๆซักทีว่า
ความสุขนอกบ้าน หาใช่ความสุข
ที่ทำให้ชื่นใจซักนิดไม่
ภาษาเหนือวันละคำวันนี้ คำว่า ส้มต๋า อ่านว่า ส้ม - ต๋า แปลว่า หมั่นไส้
( เป็นศัพท์ของวัยรุ่นทางเหนือ slang จากคำว่า "แกนต๋า" )
แต่งประโยค หันละอ่อนป้อจายหมู่นี่ ใส่เกิบย่ำส้นตี๋นแล่วฮาส้มต๋าไค่เต๊ะมัน
แปลอีกทีว่ะ เห็นเด็กผู้ชายพวกนี้ใส่รองเท้าเหยียบส้น แล้วกุหมั่นไส้อยากจะเตะแม่ง

8 ความคิดเห็น:

Black-Pigeon กล่าวว่า...

ห่า....

ปล.ตูนึกคอมเม้นไม่ออกว่ะ ด่าแม่ง...

PunNeng กล่าวว่า...

ห่า...

กุจะนอน เข้าใจ๋ อย่ามากวน

การนอนน้อย ทำให้คนหงุดหงิด

ทำไมถึงนอนน้อย เพราะมันเลยจุดง่วงไปแล้ว

จากนั้นอาการหิวเข้ามา

กุนอนหิวอยู่สองชั่วโมง

กุทรมานกว่าเมิงที่กัวผีอีก สัด กะเพาะกุจะรั่วเอา

ถ้ามันเกิดขึ้นอีกครั้ง กุจะตัดการติดต่อ

make sense??

bubbleball กล่าวว่า...

หุๆ อดมาเที่ยวกรุงเทพเลย

beginsun กล่าวว่า...

บ้านกูจ้างซักผ้า
ถือคติว่า
เอาเวลาขยี้ผ้ามาขย่ำผู้ชายดีกว่า ก๊ากกก

auz กล่าวว่า...

หวัดดี อีสาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เหี้ยะได้ใจจริงๆวะ
ถูกของแก สันดานมันเป็นงีจริงๆแหละ
สมน้ำหน้า แต่อยากบอกว่าอยู่กรุงเทพก็อึดได้นะเฟ้ย
ของกินเยอะชิ้บหาย

Sea_Silk กล่าวว่า...

Are you OK ??!!

pongTFD กล่าวว่า...

ยาวสาดดด กว่ากูจะอ่านจบ เหนื่อยจิงๆ

rock_lee กล่าวว่า...

ที่บ้านไม่มีเวลาซักจ้างเขาเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นไปได้ ได้ซักผ้าเองมั้งคงดีนะ คงเหมือนให้เวลากับเรื่องส่วนตัวของเราเองมั้ง เหมือนเราได้ใส่ใจตัวเอง ถึงอาจดูแล้วมันเป็นเรื่องที่ดูไม่น่าใส่ใจแต่ถ้าลองใส่ใจดูบ้างก็คงทำให้รู้สึกดี ยิ่งถ้าเวลาซักมีคนมาช่วยซักคงสนุกพิลึกนะ นึกถึงสมัยเด็กๆตัวเล็กๆ กระมังซักผ้าใบใหญ่ๆจนเราเขาไปยืนขยี้ขย่ำในกระถังยิ่งถ้าผ้าเยอะด้วยนะและกระมังทนๆใบใหญ่ๆ เล่นกันมันเลยในกระมัง ความรู้สึกดีๆบางครั้งมันอาจเกิดขึ้นจากการใส่ใจในเรื่องเล็กๆน้อยๆบางอย่างนะคับ
สิ่งดีๆไม่ได้เกิดจากเรื่องดีๆเสมอไปแต่อาจเกิดขึ้นเมื่อเราสามารถผ่านเรื่องทีไม่ดีมาก็เป็นได้