วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2548

เพียงชายคนนี้ ... ที่พิเศษ


โอ๊ะ ... วันนี้กุตื่นมาด้วยความเมื่อยล้า
ก็จะทำไงได้วะ เมื่อคืนกุเล่นกลัวผีซะหมดทั้งคืน
กุเรยมานอนได้อิตอนเช้า
กร๊ากกก
หน้าเหี้ยๆ ก็ยังเสือกกลัวผีอีก ตอนแรกคิดไว้ว่า
วันนี้กุจะตื่นมาไหว้พ่อแบบสวยๆ แต่ไม่ทัน
พ่อก่าแม่กุไปร่วมพิธีถวายพระพรตั้งแต่เช้าตรู่
ขนาดอิโบว์น้องกุมันยังบอกว่า วันนี้พ่อกะแม่ไปกันเช้าแสดด
มันก็ไม่ทันเช่นกัน ก๊าก สมหน้ามึง
ตื่นก่อนแต่เสือกบ่ได้กราบตรีนพ่อ คริ คริ คริ
( จริงๆแร้ว กุสันดานกว่าแต่เสือกสมหน้าคนอื่นอีก )
กุคิดว่าวันนี้พ่อก่าแม่ต้องใส่ชุดปกติขาวไปแน่ๆ
ชุดปกติขาวคือความใฝ่ฝันของกุเพราะมันเท่ห์แสดๆเรย
ในความรู้สึกของกุ นี่คืออีกเหตุผลนึง
ที่กุอยากเป็นข้าราชการเพราะกุอยากใส่ชุดปกติขาว
อย่างพ่อกะแม่บ้าง
( แต่คงบ่มีปัญญา กุโง่ จะสอบบรรจุได้เป่าบ่ฮู้ )
แต่กว่าพ่อกุจะได้ใส่ชุดเท่ห์ๆแบบนี้ได้
พ่อกุก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมานักต่อนัก ครอบครัวของพ่อและแม่กุ
บ่ได้สวยเริ่ดหรู ฟู่ฟ่า ไฮโซ โอ้ว ... ลัลล้า
เหมือนครอบครัวบางครอบครัว
ปู่ย่าตายายของกุ ล้วนแล้วแต่เป็นชาวนาทั้งสิ้น
ทำนากันไปเหอะ หลังขดหลังแข็งก็ต้องทำ
ย่ามีลูกทั้งหมด 6 คน ตายในท้อง 1 คน ตายตอนเด็กๆ
ด้วยโรคคอตีบอีก 1 คน น่าสงสารชิบหายเรย
ถ้ากุอยู่ในเหตุการณ์นั้นกุต้องร้องไห้แน่ๆ
เด็กดิ้นพราดๆไม่มีใครช่วยอะไรได้เรย รันทดโว้ย
อ้ากกกกกก
พ่อเป็นผู้ชายคนเดียวในบรรดาลูกๆที่เหลือของย่า
พ่อกุกับอาคนสุดท้าย ได้เรียนหนังสือ จนจบ ม. 6
ส่วนป้ากับอาผู้หญิงอีกคนนึง ได้เรียนไม่เท่าไหร่ก็ออกหางานทำ
เพราะไม่มีเงิน
( แต่ตอนนี้ได้เรียน กศน. จนจบ ม. 6 ได้นานริ้ว ฮิ้ววว ดีใจด้วยจัง )
พ่อกุไม่เค้ย...ไม่เคย ได้เรียนอะไรที่เกี่ยวกับการเป็นครูเรยแม้แต่น้อย
ตอนแรกพ่อก็เรียนเหมือนชาวบ้านชาวเมืองเค้าทั่วไป
แร้วตอนนั้นก็มีโรงเรียน การช่างชาย
ซึ่งถ้าเรียกติดปากสมัยนี้ก็คือ เทคนิคฯ
พ่อกุเรียนก่อสร้าง จึงมีฝีมือในการเขียนแบบบ้านอยู่เล็กๆน้อยๆ
น่ารักจริงๆ พ่อกุ อิ๊อิ๊อิ๊
แต่ก็เรียนไม่จบ ด้วยการเงินที่ฝืดเคือง
พ่อจึงไปแสวงหาโชคที่บางกอก ไปเป็นกระเป๋ารถเมล์อยู่พักใหญ่ๆ
ช่วงนั้นพวกวัยรุ่นส้นตีนก็มีเหตุต้องตีกันบ่อยๆ
เพื่อนของพ่อก็เลยพาพ่อกุไปสักยันต์ โอ้ว เย่ มันเท่ห์มาก
พ่อกุสักยันต์เพื่อให้หนังเหี่ยว เอ๊ย ! เพื่อให้หนังเหนียว
เพราะมีเรื่องกันบ่อยๆ อาจจะตายได้
พ่อกุสักรูปเสือเผ่นที่หน้าอก หูยยยย สุดยอดริ้ววว
คงเจ็บน่าดูแต่ก็ท่าทางจะขลัง
แต่พ่อก็ไม่ได้สักยันต์ถึงขนาดบ้าบอคอแตก สักแม่งทั้งตัวขนาดนั้น
พอพ่อเลิกเป็นกระเป๋ารถเมล์แล้ว
ด้วยความที่อยากได้งานทำที่มั่นคงพ่อกุจึงไปสมัครเป็นทหาร
เพื่อหวังว่าจะได้เงินเดือนดีๆ ได้เป็นข้าราชการ
แต่ก็ไม่ได้เป็น เพราะช่วงนั้นเค้าไม่รับคนที่สักยันต์
พ่อกุเรยแห้วแด๊กอยู่พักนึง ด้วยความที่พ่อกุ
เป็นคนมุมานะพยายาม ขยันอ่านหนังสือ
พ่อกุรู้ว่าที่พิดโลกจะมีการสอบบรรจุครู
แต่ทำไงได้ พ่อกุบ่มีเงิน พ่อกุก็กลับแพร่
แต่พ่อกุมีเพื่อน เป็นคนมีเงิน มีฐานะ
พ่อจึงได้ไปอาศัยอ่านหนังสือที่บ้านเพื่อนเสมอๆ
( ซึ่งตอนนี้ตายไปละ )
พ่อกุไม่ใช่คนเรียนเก่งอะไร
พ่อคิดว่าขยันอ่านหนังสือไป ก็คงจำได้
คิดๆไปก็แม่ง เหมือนเรื่องกระต่ายกับเต่าว่ะ ห่า
พอพ่อมาสอบที่พิดโลก ขึ้นรถไฟ ปู๊นๆ มากันกับเพื่อน 4 - 5 คน
พ่อกุก็หวั่นๆใจ ดูผลสอบจากข้างล่างขึ้นบน
พ่อกุเริ่มใจแป้วเพราะดูชื่อเท่าไหร่ ก็ไม่มีชื่อพ่อกุซ้ากที
พ่อกุเรยหมดหวังพอดูขึ้นไปเรื่อยๆๆ ใจก็แป้วอีกเรื่อยๆ
เพราะมันไม่เจอชื่อ สุดท้าย พ่อกุเจอชื่อตัวเอง
อยู่อันดับที่ 1 กรี๊ดดดดดดดดดดดพ่อกุ๊ พ่อของกุ๊ เย้ๆๆ
พ่อกุสอบบรรจุเป็นครู ได้อันดับที่ 1
ในตอนนั้นเพื่อนๆทั้ง ญ ช พากันกอดพ่อกุกันใหญ่
( กุว่าพ่อกุได้กำไรตอนสาวกอดนี่แหละวะ เอิ๊กๆ )
จะว่าไปแร้ว ตัวกุเองติดนิสัย ความใจร้อน
มาจากพ่อกุอย่างเห็นได้ชัด
แร้วที่ใครๆชอบบอกกุเหลือเกินว่า ชอบรูปปากของกุ
ปากกุสวยอย่างนั้น อย่างนี้ เป็นรูปกระจับกระเจิบอะไรนั่น
กุก็ถอดรูปปากกระจับนั้นมาจากพ่อกุเช่นกัน
สมัยก่อนตอนพ่อกุยังหนุ่มๆ วัยรุ่นๆ พ่อกุเป็นนักมวยเก่าซะด้วย
ขึ้นชกก็หลายเวที มีชงมีชื่อ ฉายา อะไรกุจำบ่ได้
ลืมถามพ่อว่ะ
-"-
แระด้วยความที่พ่อกุเคยเป็นนักมวยเก่า แถมยังเป็นเพศชาย
พ่อกุจึงสอนวิธีป้องกันตัวให้กุกับอิโบไว้ว่า
"อย่าไปทำร้ายใครก่อน แต่ถ้าคนอื่นมันทำร้ายเรา
แล้วเราทนบ่ไหวก็ให้สู้สุดตีนไปโลด
ถ้าเป็นตัวผู้ ก็ให้บีบไข่แม่งเรย มันจะจุก"
ช่วงนั้นเป็นช่วงบ้าระห่ำบีบไข่ผู้ชายของกุอย่างแรง
ด้วยความอยากลอง อยากเรียนรู้ วิชาที่พ่อสอน
เวลาผู้ชายมากวนตีนใส่กุ แร้วแกล้งกุ
กุจะใช้ไม้ตาย บีบไข่สังหาร จัดการแม่งทันที
ปรากฎว่า พวกตัวผู้ ก็หน้าเขียว กันทุกๆคน
สะใจชิบหาย กร๊ากกก

พ่อกุเคยถูกผู้ใหญ่บ้าน ทำโทษด้วยการไปขุดหน่อไม้ที่ป่าช้า
เพราะตอนนั้นพ่อกุเป็นพระเอกสาด
เหมือนผู้ผดุงความยุติธรรม
มีหนังมาฉายแถวหมู่บ้าน แร้วพ่อกุคิดว่า เค้าไม่น่าจะเก็บเงินเด็ก
พ่อกุสงสารเด็กที่จนๆ ไม่มีเงิน พ่อกุเรยนำทีมเด็กๆ
เข้าไปดูหนังโดยที่ไม่จ่ายเงิน
สุดท้าย พ่อกุไปมีเรื่องตีกันกับพวกเก็บตังค์
เพราะพวกมันจะให้เด็กจ่ายเงิน แต่เรื่องอะไร
พ่อกุเป็นพระเอกนี่ พ่อกุเรยมีเรื่องกับพวกมันซะ
แร้วญาติๆกุตอนนั้น ก็ผู้ชายเยอะ
ญาติๆรุ่นเดียวกับพ่อกุก็มาช่วยกันใหญ่
เลยถูกทำโทษให้ไปขุดหน่อไม้ที่ป่าช้า
จึงเป็นเช่นนี้แล ... เป็นกุ กุไม่อยู่แม่งแร้ว
น่ากลัวจะตายห่า แค่นอนที่บ้านยังกลัวผีเรย
พ่อกุเป็นคนที่รับผิดชอบต่องานมากๆ

จากเคยเรียนก่อสร้าง แร้วไม่จบ ก็กลายเป็นกระเป๋ารถเมล์
จนชีวิตพลิกผันสอบบรรจุได้อันดับ 1 มาเป็นครู
แร้วก็ดั้นด้น เรียน จนจบปริญญาตรี
ในช่วงที่กุเรียน อยู่ประถม แร้วพ่อกุก็ตัดสินใจไปเรียน ปริญญาโทต่ออีก
พ่อกุรับปริญญาของปริญญาโท ช่วงที่กุอยู่ ม. 4
น่าเสียดายที่กุไม่ได้ไปร่วมแสดงความยินดีกับพ่อ
เพราะกุต้องทำกิจกรรมของโรงเรียน ถ้าใครไม่ทำ ก็ไม่ผ่าน
เยะเป็ด !

ใครคิดว่า อาจารย์ใหญ่ เรียน ปริญญาโท
จะมาขับรถยี่ห้อเก่าๆ ปุเลงๆ ไปโรงเรียนหรือไปเรียน มหาวิทยาลัย
แต่พ่อกุ คือคนๆนั้น พ่อกุทำได้พ่อขับยนต์คันเก่าๆ
ไปเรียนในช่วงเสาร์ อาทิตย์ เพราะวันธรรมดาก็ไปสอนเด็กนักเรียน
เพื่อนๆพ่อบางคน ก็บอกให้เปลี่ยนๆๆ แต่พ่อกุก็รู้อยู่แก่ใจว่า
ตอนนี้ก็ต้องส่งลูกให้เรียนหนังสือ
ต้องใช้จ่ายเงินทองอีกหลายอย่าง
ฉะนั้นพ่อกุจึงเลือกที่จะไม่แคร์คำพูดของใคร
พ่อกุจะต้องแอบหนีออกมาเมื่อเรียนเสร็จ
รีบกลับมากินข้าวที่บ้าน อยู่กับครอบครัว
เพราะพวกเพื่อนๆของพ่อกุ ถ้าเรียนเสร็จ
แม่งก็จะหาพรรคพวกไปแร่ดไปกินข้าวบ้าง
ไปหาสาวมาปรี้ กันบ้าง
ก็ตามประสาพวกผู้ชาย ที่ชอบตามใจ ค + ว + ย
พ่อกุพูดเสมอว่า ถ้าอยู่กับเพื่อนๆแร้วเห็นเพื่อนๆ
ก้อร้อก้อติกสาวๆ พ่อจะนึกถึงลูก
พ่อจะคิดว่า เห็นผู้หญิงมาทำงานแบบนี้ แล้วลูกเราล่ะ ?
พ่อเป็นห่วงลูก พ่อคิดว่า พ่อคนอื่นก็คงคิดเช่นนี้
พ่อกุเรยบ่มีนิสัย ตามใจ ค + ว + ย เหมือนเพื่อนๆ
พ่อบอกว่า เก็บตังค์ให้ลูกใช้ดีกว่า
ใครจะเป็นไงก็ช่างหัวแม่ง

พ่อกุเพิ่งมาซื้อรถใหม่ ก็เมื่อไม่กี่อาทิตย์
เพราะรถคันเก่า มันเก่าสุดๆ พ่อกุกลัวอุบัติเหตุ
ก็เรยตัดสินใจซื้อรถใหม่ซักที เออดี กุลุ้นอยู่นานแระ
ตอนแรกกุคิดว่าพ่อจะเอารถเก๋งสวยๆซักคัน
เหมือนครูคนอื่นๆที่เค้ามีรถเก๋งขับ แต่ไม่ใช่
พ่อกุเลือกที่จะออก D - Max 4 ประตู
กุบอกว่าทำไมไม่เอารถเก๋งล่ะ ?
พ่อบอกว่า รถกระบะน่ะ เด็กๆเวลาไปแข่งกีฬา
พ่อจะได้รับเด็กๆขึ้นรถได้ แต่รถเก๋ง
พาเด็กๆไปแข่งกีฬา หรือไปไหนไม่ได้
โอ้ว ... ทะมัยพ่อกุยังห่วงเรื่องเด็กๆอีกวะ
ทีคนอื่นแม่งทำไมยังเสือกห่วงแต่ตัวเอง
ไม่เคยนึกถึงเด็กๆ แม้แต่นิดเดียว
พ่อกุจะชอบบอกว่า เรามีเงินอยู่ทุกวันนี้
ก็เพราะวิชาชีพที่เรามีอยู่ ความเป็นครู คือสิ่งที่เลี้ยงเรามา
ทำให้เรามีเงินใช้จ่ายพ่อจึงเลือกวิธี
ที่จะทำประโยชน์ให้กับโรงเรียน และเด็กๆได้อย่างสูงสุด
กุก็ไม่ได้ขัดอะไร กุก็ไม่เคยอาย
หรือคิดว่าครอบครัวกุทำไมเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้
ทำไมมะค่อยมีเงินใช้จ่ายหรูหราเหมือนครอบครัวคนอื่นๆ
แต่กุพอใจ แระกุก็มีความสุข ครอบครัวกุอบอุ่นดีมากๆ
จนคนอื่นๆอิจฉา
พ่อกุเป็นคนที่ไม่กินเหล้า และไม่สูบบุหรี่
พ่อกุเป็นผู้ชายที่รักครอบครัว สุดๆ
พูดจาติดตลก จนชาวบ้านรักและชื่นชมพ่อกุ
ขนาดย้ายออกจากโรงเรียนเดิม ชาวบ้านร้องห่มร้องไห้แทบขาดใจ
ถึงแม้พ่อจะไปอยู่อีกโรงเรียนนึง
ชาวบ้านก็ยังห่วงหาอาทรพ่อกุเสมอ
รักและเข้าใจว่าต้องไปโรงเรียนที่มันใหญ่กว่าเดิม
พ่อกุจะได้ขยายความก้าวหน้าของตัวเองบ้าง
เพราะพ่อก็ไม่เคยจะเรียกร้องอะไรเลย
ชาวบ้านก็เข้าใจพ่อกุ น่ารักจริงๆ

กุชอบอ้อนพ่อ ถ้ากุอ้อนพ่อเมื่อไหร่ พ่อก็จะยิ้ม
เพราะพ่อแพ้ลูกอ้อนกุ แต่กุก็ต้องดูอารมณ์พ่อก่อน
ไม่ใช่พ่อหงุดหงิด แร้วกุไปอ้อนๆ
กุอาจจะโดนตีนพ่อก็เป็นได้
กุโตเป็นควายขนาดนี้แร้วพ่อเพิ่งจะหยุดตี กุ
ตอนกุอยู่ ม. 6 นี่เอง
กุเป็นคนชอบเถียง จะดีจะเหี้ย กุเถียงไว้ก่อน
พ่อกุเรยชอบตี เหะๆแต่ตอนนี้ บ่ได้เถียงอะไร พ่อเรยบ่ตี
ก็หยุดการตีมานานแระ ส่วนแม่ มะค่อยตี
แม่จะระเบิดเป็นครั้งเป็นคราว แระพ่อกุจะขี้บ่นมากๆ
ขี้บ่นยิ่งกว่าแม่ซะอีก
พ่อกุชอบเลี้ยงไก่ชน ไม่ได้เลี้ยงไว้ตี เหมือนคนอื่น
แต่เลี้ยงไว้ดูเล่น เนื่องจากเมื่อก่อนบ้านจนมาก
เห็นไก่คนอื่น ก็ชอบไปยืนดู
พอพ่อได้ทำงาน หาเงินเองได้ พ่อก็หมดกับการซื้อม้า
( ให้คนอื่นไปนานแระ )
ซื้อไก่มาเลี้ยงไว้ดูเล่น พ่อกุจับไก่ หรือทำแผลให้ไก่เก่งมาก
ไม่ว่าไก่จะเป็นอะไร พ่อกุแม่งรู้ทุกอย่าง
ส่วนกุแระคนในบ้านก็โคตรรำคาญมากๆ
พ่อไม่ชอบให้ไก่อยู่ในสุ่ม แต่พ่อจะปล่อยพวกมัน
ให้เดินเพ่นพ่าน แม่งเอ๊ย มีแต่ขี้ไก่เต็มไปหมด
กุกลุ้มใจแสด บางทีกุทำงานอยู่ แม่งไก่จังไร
ก็เดินมาเกะกะกุ กุเรยด่าเสียงดัง
" อิไก่ห่า เหี้ยเอ๊ย กุจะทำงานชิบหายเพ่นพ่าน
น่ารำคาญว่ะ เด๊วซักวันกุจะฆ่าไก่เอาต้มแด่กให้หมด "
จริงๆแร้วกุทำไม่ลงหรอก กุก็สงสารนั่นแหละ
แต่มันก็เป็นช่วงที่กุรำคาญ กุเรยพูดไปงั้น

ตอนนี้ กุก็สงสารพ่อกุ เพราะไก่ตายห่าไปแม่งหมดเรย
ด้วยโรคไข้หวัดนก แม่บอกว่า พ่อกุซึมอยู่พักใหญ่ๆ
ตอนนั้นกุไม่ได้อยู่บ้าน
เพราะกุไปทดลองสอนที่บางกอก
ได้แต่โทรคุยกับแม่เท่านั้น
สงสารพ่อ แต่สะใจที่ไก่ตาย มันจะได้ไม่มารบกวนกุอีก
พ่อบอกว่า ตอนนี้ก็ไม่อยากเลี้ยง เพราะสงสารพวกมัน
เด๊วมันเสือกตายขึ้นมาอีก จะมีก็ ตัว หรือ 2 ตัว เนี่ยแหละ
ที่ชาวบ้านแถวโรงเรียนเก่าของพ่อเอามาให้เลี้ยง
พ่อก็รับไว้ เพราะถือว่าชาวบ้านเค้าให้มา จะปฏิเสธก็ไม่ได้
ก็ลุ้นๆอยู่ว่ามานจะโดนไข้หวัดนก แด๊กอีกไม๊ เหอๆๆ
คนบางคนอายที่พ่อแม่ของตัวเองที่ทำงานก่อสร้าง
พ่อแม่จะมาหา ก็ไม่ให้มา อ้างโน่นอ้างนี่อยู่ตลอดเวลา
ซึ่งแท้จริง คืออายว่าพ่อแม่มันเป็นช่างก่อสร้าง
แต่ถ้ามันใช้หัวสมองคิดซักนิด แทนการเอาตัวเอง
ไปให้ผู้ชายปี้แร้วจ่ายตังค์ มันจะรู้ว่า
พ่อกับแม่ของมัน หาเงินส่งให้มันได้
ต้องแลกกับหยาดเหงื่อแรงกายขนาดไหน
กุอยากรู้ว่า การที่คนเราทำอาชีพสุจริตมันน่าอายตรงไหน
การที่ฐานะยากจนแร้วยังไง ?
ไม่ได้ไปปล้นไปจี้ ไปฆ่าใครซักหน่อย แร้วทำไมต้อง อาย ?
อีกอย่างก็เป็นพ่อแม่ของมึง แร้วมึงจะอายทำครวยไรเนี่ย
พ่อแม่ยังไม่อายเล้ย ที่มีลูกตอแหลๆอย่างมึง !
อุ๊ย ... ลืมตัว เสือกด่ามันไปซะงั้น
คือจริงๆอินี่เป็นเพื่อนที่อยู่ห้องเดียวกับกุ
แต่กุมะค่อยอยากคบเพราะกุเกลียดคนที่ลืมตัว
ลืมกำพืด ลืมชาติกำเนิด และไม่เคารพบุพการี ยิ่งนัก
เมื่อตอนเย็น กุกราบตรีน พ่อกุอย่างสวยเริดที่สุด
ฮิ้วววววว
กุก็อ้อนๆพ่อเหมือนกันแต่ไม่ได้อ้อนเอาอะไร
อ้อนให้พ่อยิ้มๆ เล่นๆ แร้วกุก็กอดพ่อ
" ป้อเจ้า น่องสัญญาถ้าได้ยะงานม่ะได ย่ะหาเลี่ยงเจ้า "

ภาษาเหนือวันละคำวันนี้ คำว่า ป้าก อ่านว่า ป้าก แปลว่า ทัพพี
แต่งประโยค น่องดรีมไปยิบป้ากตี้ครัวไฟฮื่อเย่ยกำ
แปลอีกทีว่ะ น้องดรีมไปหยิบทัพพีที่ห้องครัวให้พี่หน่อยสิ
บ๊าย...บาย
นู๋บลิว เซเลอร์มูน ก๋ากั่น
ป.ล กุรักพ่อค่ะ
@^_^@

11 ความคิดเห็น:

GirlTear กล่าวว่า...

แม่งเอ๊ย เขียนบล็อกเสร็จเมื่อวาน

แต่ไม่สามารถอัพลงบล็อกได้ แสดดดด

เน็ทหัวครวย อุ๊บส์ !

บล็อกวันพ่อ ไม่หยาบคายๆๆ ไม่ถ่อยๆๆ

ต้องสุภาพ งึ่มๆๆๆ

ป.ล แมร่ง กุต้องมานั่งอัพวันอังคารสินี่ ฮือๆ ไม่ใจ !

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

บลิว : ป้อเจ้า น่องสัญญาถ้าได้ยะงานม่ะได ย่ะหาเลี่ยงเจ้า

โบว์ : เลี้ยงหนูด้วย..อิอิ

-โบว์ แจมทุกงาน-

Newbury* กล่าวว่า...

โอ้ว สู้ชีวิติย่างงี้น่ายกย่องจริงเชียว ถ้ามีตังนะซื้อไปทำ

หนังซะเรยดีไม๊ (พูดไปงั้นแหละ ก็ไม่มีตังนี่หว่า)

พ่อพี่คงจะรักเด็กๆมากเลยเนาะ ซื้อรถก็คิดถึงเด็กๆก่อน

ปล.ขอให้พี่และครอบครัวมีความสุขมากๆ แต่ถ้าตังค์

เหลือจากเลี้ยงพ่อ เอามาเลี้ยงผมก็ได้เอิ๊กๆ

TongKenTian กล่าวว่า...

ได้อ่านแล้ว เป็นซีรีย์ที่เขียนได้ประทับใจมากคับ น่าอิจฉานะคับ ที่มีคุณพ่อน่ารักๆแบบนี้
พ่อผมก้อน่ารักเหมือนกันน้าแต่คนละแบบกัน
เก่งนะคับที่กล้าคุยกับพ่อตรงๆ ผมไม่กล้าทำอะไรให้พ่อได้แต่เก้บไว้ในใจ สงสสัยคงเป็นผู้ชายด้วยมั้ง เลยติดเขิลนิดๆ

ปล.เจอกานอย่ามาบีบไข่โอคนะ กลัวจุก 5 5 5
ปล.จะรออ่านซีรีย์เรื่องใหม่น้า ติดตามอยู่จ้า

Begin กล่าวว่า...

เหอะๆ

ลี้ กล่าวว่า...

หวัดดี เมื่อวานนี้มีคนมา Comment ใน my space ของเรา ก็อะนะ ตั้งแต่เกิดมาเป็นผู้เป็นคนก็พึ่งเคยเจอกับเขาก็เธอนี่แหละ ทั้งขี้บ่น ปากม๋า ฯลฯ
ได้อ่านหมดแล้วนะ บรรยายซะละเอียดซะขนาดนี้ แต่ก็สงสารนักเรียนอยู่นะตอนที่คุณไป "ทดลองสอนที่บางกอก" ไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไง
สุดท้ายนี้ก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ไปแล้ว บาย
ลี้

ลี้ กล่าวว่า...

ราศี พฤษภ (14 พ.ค.-13 มิ.ย.)
พยากรณ์ระหว่างเดือนธันวาคม2548
ดวงชะตาของคุณในช่วงจังหวะเดือนนี้ เป็นจังหวะที่มีโอกาสที่จะทำอะไรหลายๆอย่าง ให้เป็นไปตามที่ปรารถนา แต่เส้นทางที่จะไปสู่ความสำเร็จนั้น เหนื่อยกับวิบากที่จะต้องต่อสู้อย่างสาหัสสากรรจ์ ไม่ได้อะไรมาอย่างง่ายๆแน่ๆ เพราะฉะนั้นต้องเข้าใจและทำใจเอาไว้ก่อนเป็นเบื้องต้น จะเห็นได้ว่า มุมของเพื่อนและคนใกล้ตัวนั้น อาจจะสร้างปัญหา ทำให้เกิดความปวดหัว อาจจะต้องรับผิดชอบอะไรแทนเพื่อน เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ไม่ควรไปค้ำประกันหรือรับรองใคร อย่าให้ใครกู้ยืมเงินเป็นเงินก้อนใหญ่ เพราะการที่จะทวงคืนนั้นยากเต็มที เห็นอย่างนี้ก็ต้องรีบบอก รีบทักเอาไว้ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน

ประการแรก เรื่องการงาน การเดินทางไกล มีการเลื่อนหรือเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด และก็ต้องระมัดระวังอุบัติเหตุจากการเดินทาง ช่วงนี้ไม่ควรทะเลาะเบาะแว้งกับผู้ใหญ่ หลังจากผ่านวันที่ 7 ธันวาคม จะมีข่าวดีเกิดขึ้นมากมาย ได้รับการติดต่อจากเพื่อนที่อยู่ไกล จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะคนที่เสี่ยงลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ คงจะประสบความสำเร็จ เพราะเป็นจังหวะที่ฟ้าเปิดและเอื้ออำนวย

ประการที่สอง เรื่องการเงิน ไม่ต้องห่วง มีโอกาสได้เงินก้อนงาม การขยับขยายขายทรัพย์สิน เป็นไปในทางที่ดี โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงวันที่ 1-28 ธันวาคม เป็นช่วงที่ฟ้าเปิด ดาวการเงินมีความโดดเด่น สามารถปิดการขาย โดยเฉพาะคุณที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการขาย

ประการที่สาม เรื่องความรัก อยู่ในมุมที่ไม่สามารถจะบริหารหรือจัดการอะไรได้ ต้องปล่อยให้เป็นไปตามดวงชะตา จะมีความเหนื่อยและล้าอย่างไรก็ต้องมีความอดทน หลังจากผ่านวันที่ 15 ธันวาคมไปแล้ว ความสับสนในเรื่องของความรักจะหมดไป จะมีความชัดเจนขึ้น ก็ขอให้ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ แล้วเรื่องดีๆจะปรากฏและเกิดขึ้นกับคุณอย่างแน่นอน

ประการที่สี่ เรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุ ตัวคุณนั้นไม่น่าเป็นห่วงอะไร แต่ผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดหรือญาติผู้ใหญ่ของคุณ จะเจ็บไข้ได้ป่วย ขอให้คุณดูแลท่านให้ดีนะครับ
สิ่งที่ทำแล้วเสริมดวงชะตา ในรอบเดือนนี้ เป็นรอบเดือนแห่งความกล้าและความเด็ดขาด ที่จะเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ อย่าลังเล จะทำให้เสียโอกาสที่ดีๆของชีวิต และจะทำให้เสียจังหวะเวลา ควรเริ่มต้นทำในหลายเรื่องหลายสิ่งที่คุณยังไม่ได้ทำ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จอย่างสูงครับ



โดย : อาจารย์ ลักษณ์ เรขานิเทศ

bubbleball กล่าวว่า...

อัพได้ยาวอีกตามเคย หุๆ

ทำไมมีแต่คนสักเสือ มะยักกะสักสิงห์โตมั่งหว่า

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คิดถึงพ่อเหมือนกันจ้า

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ข้างบนอ่ะ พี่ปิ๊กเองจ้า

แผม กล่าวว่า...

มาได้ไงไม่รู้ จำไม่ได้ แต่มาแอบอ่านหลายทีแล้ว

แต่อ่านอันนี้แล้วร้องไห้สัด (ฉั๋นไม่ร้องกระซิกๆ ด้วยสิ ร้องทั้งทีต้องแบบฮาร์ดคอร์)
เป็นบ้าไรวะ
หวัดดีนะ