วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

ความแตกต่าง

วันนี้ กุรับจ๊อบเป็นเด็กเสิร์ฟงานแต่งงานที่โรงแรม มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกอะไรของกุหรอก
ที่กุทำจ๊อบนี้ แต่ว่า ... สิ่งที่กุได้เห็นบ่อยๆ จนเป็นเรื่องชินตาก็คือ
สังคมใหญ่ๆ ไฮโซโก้เก๋ ห่าหอกไรนี่ ต่างหาก ทุกๆครั้งที่กุ
ได้สัมผัสกับพวกนี้ กุรู้สึกว่าคนพวกนี้อยู่สูงและห่างไกลจากตัวกุเป็นอย่างมาก
กุพยายามหลายๆครั้งแล้วว่า มึงอย่าคิดมากนะ เค้าก็แค่เป็นแขกของงานนี้
มึงอย่าไปคิดไกลว่า อนาคตของมึงต้องมาร่วมอยู่ในวงสังคมนี้นะ
กุเฝ้าบอกกับตัวเองตลอดเวลา ความจริงมันไม่ใช่กงการสร้นตรีนไรของกุหรอก
แต่กุเห็นว่าเค้าชอบใส่หน้ากากเข้าหากัน บางคนในชีวิตจริง
แม่งก็ต้องกูหนี้ยืมสินเค้ามา แต่ในงานชั้นก็ต้องสวย ต้องเริ่ดไว้
มันก็ไม่ได้มีแค่งานแต่งงานไรหรอก แต่เท่าที่กุได้มาสัมผัส
มันเป็นงานแต่งงาน แล้วกุก็คิดกับตัวเองว่า เห้ยบลิว
มึงจะไปเสือกเรื่องห่าไรของเค้า เค้าจะเป็นเหี้ยไรก็ช่างเค้าดิ่
เออใช่ เค้าจะเป็นยังไง หรือทำตัวยังไงไม่ได้เกี่ยวกับกุ
เพียงแต่กุโรคจิต กุทนไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้ กุจะเลี่ยงกุก็เลี่ยงไม่ได้
อีกอย่างสิ่งที่กุอยากเลี่ยงที่สุดคือตอนที่กุต้องเสิร์ฟเหล้า
กุไม่อยากเสิร์ฟเหล้า ใครจะว่ากุกระแดะก็ช่างแม่ง กุไม่อยากสัมผัสกับมัน
มะใช่กุไม่เคยจะแด่กเหล้านะ แต่ว่า ... กุมี
ความรู้สึกผิดไงมะรู้ที่ต้องเสิร์ฟเหล้า เออ กุมันโรคจิตจริงๆด้วย
พวกแด่กเหล้าแม่งก็ห่ากัน ชอบแทะโลมกุด้วยคำพูดบ้าง
สายตาสัดๆ บ้าง แล้วแต่ว่า มันจะมีสันดานแบบไหน
แหม...เห็นพวกกุเป็นนักศึกษาหน่อยไม่ได้ ไส้เดือนบนหัวนี่แม่งดอกทองขึ้นมาเชียว
กุก็คิดว่า เออช่างแม่งมัน ถือว่าทำบุญทำทานไป แต่อย่ามาแต๊ะอั๋งกุแร้วกัลล์
ไม่งั้นกุเอาถาดฟาดหน้าแหก! แน่ๆ สิ่งที่กุรู้สึกสะท้อนใจกุทุกครั้งเลยก็คือ
กับข้าว อาหารต่างๆ ที่เหลือๆ แล้วเค้าก็ต้องเก็บทิ้งกันไป ทุกๆงาน
กุจะคอยนึกถึงเด็กๆตาดำๆ ที่ไม่มีจะกิน กุคิดว่าอาหารพวกนี้
ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่จะต้องทิ้ง ถ้าเอามาให้เด็กๆที่ไม่มีอะไรจะกินได้กิน
กุว่าพวกเด็กๆคงจะต้องดีใจแล้วก็คิดว่าอาหารที่พวกเค้ากินนั้น
เป็นสิ่งโอชะ เป็นแน่ ขนมเค้กเหลือบานเบอะไม่มีคนแตะเลยนั้น
ถ้าเราเอาไปให้พวกเด็กๆล่ะ พวกเค้าคงจะกระโดดโลดเต้น ดีใจ
ปลื้มใจ โคตรๆเลยว่ะ กุนึกแล้วกุก็สะท้อนใจจริงๆว่ะ
กุอยากมีเงินซักก้อนนึง กุอยากให้เด็กพวกนี้ ได้เรียนหนังสือ
ได้มีขนมอร่อยๆกิน กุอยากให้พวกเค้ามีเสื้อผ้าได้ใส่ มีที่ให้นอน มีเพื่อน
ที่กุเคยเห็นครั้งล่าสุดเวลากุไปออกกำลังกายที่สวนชมน่านกุจะเห็น
ผู้ชายคนนึงไม่ใส่เสื้อ กางเกงแม่งก็เอ๊ว ต๊ำ...ต่ำ กุเห็นแร้วหวิวๆ
ลุ้นอยู่ในใจ หลุด หรือ ไม่หลุด เอ๊ะ! รึจะหลุด เอ๊ะ! รึจะไม่หลุด
ถ้าเป็นคนธรรมดาเค้าคงจะรู้สึกแล้วก็คงจะดึงกางเกงขึ้นมา
แต่นี่คงไม่ใช่เค้าคงเป็นผู้ชายคนนึงที่สติไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่
กุเห็นคนอื่นหัวเราะเค้า กุสำหรับกุ กุไม่ได้หัวเราะเค้า
มันไม่ใช่สันดานของกุ ที่เค้าเป็น ใช่ว่าเค้าอยากเป็น บางครั้งกุเห็นว่า
เค้านอนกับพื้น นอนขดตัว ด้วยความหนาวเหน็บ แล้วกุจะเข้าไปช่วยเค้ายังไง?
กุทำไม่ได้ กุได้แต่คิดว่า สังคมที่กุเคยเห็น กับผุ้ชายคนนี้ มันแตกต่าง
กันโดยสิ้นเชิง มันคือความเหลื่อมล้ำในสังคมที่ใครๆก็เห็นกันจนชินตา
คนบางคนเห็นก็คิดว่า เห้ย ไอ้บ้า! แต่สำหรับกุ กุว่าเค้าไม่ใช่คนบ้า
เค้าคือคนที่ไม่ปกติ เค้าขาดในสิ่งที่เรามี เค้าต้องการในสิ่งที่พวกเรามี
และเราก็ไม่เคยคิดถึงคุณค่าของมัน เค้าต้องการเพียงแต่อาหารให้อิ่มท้อง
เค้าต้องการเพียงแค่ที่นอนอุ่นๆ เค้าต้องการเพียงแค่มีเสื้อผ้าใส่ แล้วเค้ามีอะไร
มีแต่ตัว และกางเกงตัวเดียว กุไม่รู้ว่าเค้าเดินไปไหน บางครั้งกุจะไปเรียนที่ทะเลแก้ว
กุเห็นเค้าเดินผ่านไป กุก็แปลกใจว่า เอ๊ะ...เค้าเดินมาไกล
ขนาดนี้เชียวเหรอวะ แล้วเค้าจะไปไหนวะ พอตกเย็น กุไปออกกำลังกายสวน
ชมน่าน แม่งกุก็เห็นเค้าเดินผ่านมาอีก เค้าไม่ได้ต้องการรถเก๋ง
เค้าไม่ได้ต้องการเงินทอง เค้าไม่ได้ต้องการบ้านหลังใหญ่โต
เค้าต้องการเพียงแค่สิ่งที่กุบอกไปแล้ว แค่นั้นเอง กุก็ไม่เข้าใจว่ะ
ว่ากุน่ะไปเสือกเรื่องห่าไรของเค้า แค่กุอยากระบายก็เท่านั้น
มันเป็นสิ่งที่กุคิดมาตลอด กุอยากทำเพื่อสังคมเน่าๆนี้บ้าง
ไม่ใช่แค่วัยรุ่นต้องแด่กเหล้า เมายา เคล้านารี กันเหมือนปัจจุบัน
กุไม่อยากเป็นวัยรุ่นดอกทองพวกนั้น กุเกิดมากุอยากทำเพื่อสังคมที่มันเริ่มวิบัตินี้
กุอยากช่วยเด็ก กุอยากทำเพื่อใครซักคนที่เพียงแค่เห็นอาหาร
หรือมีที่หลับนอนอุ่นๆ แล้วเค้าก็ยิ้มเพราะความดีใจ เท่านี้แหละ แค่เท่านี้
แค่รอยยิ้มเล็กๆของคนพวกนี้ จะทำให้กุมีความสุข ทำให้กุรู้สึกชื่นใจ ที่กุเห็นเค้ามีความสุข
เงินทองคือตัวกำหนดคุณค่าของคนงั้นเหรอวะ มันคือความเหลื่อมล้ำทางสังคมโว้ย
เหี้ยเอ้ย กุอยากมีเงินนนนนนนนนนนน
ภาษาเหนือวันละคำวันนี้เสนอคำว่า เมิน แปลว่า นาน , ช้า
แต่งประโยค ว่าจ๊ะใดปี้หนานยะหยังอยู่ตี้ไหน บ่ได้ป๊ะกั๋นเป๋นเมินเนาะ กึ๊ดเติงขนาด
แปลอีกทีว่ะ ว่ายังไงพี่ทิดทำไรอยู่ที่ไหน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คิดถึงโคตรๆเพ่!
บ๊าย...บาย
นู๋บลิว เซเลอร์มูน ก๋ากั่น

3 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เยี่ยมมากหนูบลิว อัดแน่นไปด้วยสาระ ไม่สมเป็นอีถ่อยเลยนะ 555
เมื่อคืนคุย msn กัน พี่ยังไม่ได้มานั่งอ่าน
ก็เผอิญคุยเรื่องงานแต่งเหี้ยไรนี่ไปแพลมๆ เหมือนกัน
ไม่คิดว่าจะเอามาเขียนซะยืดยาวได้เนาะ *-*
เห็นด้วยอย่างยิ่งๆ

เรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคมนี่ถ้าไปดูในบางกอกด้วยละก็
มีมากกว่านี้ 16.7 ล้านเท่า ..
สงสัยสังคมที่เจอและวิชาที่พี่เรียนมันต้องไปสัมผัสกับมัน
เลยเจอเยอะกว่าชาวบ้านเขา

เอาน่ะ ใครจะรวยช่างควยเขาเถอะ
ถือว่าได้กินของฟรีละกัน

iannnnn กล่าวว่า...

อุวะ ลืมใส่ชื่ออีกแระ
เดี๋ยวน้องเค้าหลงดีใจคิดว่ามีคนเข้ามาอ่านด้วย
(จริงๆ มีคนเดียว กรั่กๆๆๆ)

Aisawa กล่าวว่า...

โอ้วว ตัวหนังสือ เยอะ sud ครับ คุณผู้ชม แต่ก็ อ่านจนหมด เหนื่อย สุดยิด คะคุณน้อง ><