ออทิสติก ... ที่รัก
ตั้งแต่ปี 1 อาจารย์บอกกุและเพื่อนๆว่า
" พวกเธอจะต้องมีการไปสอนเด็กพิเศษที่บ้าน "
โดยอาจารย์จะกำหนดเวลาที่จะต้องสอนให้
ในตอนนั้นกุก็สอนเด็กเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่บ่อยๆ
เพราะไม่ค่อยมีเวลาสอนเด็กคนเดิม
แต่สุดท้ายกุก็ได้เคสอย่างเป็นตัวเป็นตนขึ้นมา
น้องเค้าชื่อน้อง " โอเบ๊น " กุก็งงเหมือนกันว่าทำไม
พ่อแม่เค้าถึงตั้งชื่อแปลกๆ แต่กุก็ไม่กล้าถาม เพราะก็ไม่ใช่เรื่องของกุที่จะไปเสือก
โอเบ๊น เป็นเด็ก ออทิสติก แต่ก็ไม่ถึงกับขั้นรุนแรง
อาจจะเป็นเพราะโอเบ๊นได้รับการฝึกตั้งแต่เล็กๆจากแม่
แล้วแม่ก็พาโอเบ๊นไปหาหมอ ก็คงได้ฝึกอะไรต่อมิอะไรได้เรื่อยๆ
แถมโอเบ๊นก็ยังเป็นเด็กที่เข้าเรียนในศูนย์ ฯ ที่กุเรียนอยู่ด้วย
ตามปกติแล้ว เด็กออทิสติก หน้าตาก็จะเป็นเหมือนเด็กปกติทั่วไป
แต่พฤติกรรมหรือการเรียนรู้มันไม่ใช่
โอเบ๊น มันเป็นเด็กหน้าตาดี รูปหล่อ น่ารัก มันอายุไม่ถึง 10 ขวบ
กุก็ไปบ้านมัน ไปฝึกไปสอนมัน บางทีไม่เชื่อฟังกุ
กุจะขู่มัน ว่า ครูคนนั้นคนนี้ที่สอนมัน มาหาที่บ้าน
กุ : โอเบ๊นคับ ขยำดินน้ำมันสิคับ
โอเบ๊นมันก็จะแลบลิ้นใส่กุ แล้วก็วิ่งหนีๆๆ แล้วก็ออกไปกระโดดเล่นหน้าบ้าน
กุก็สุดจะทนกะมัน เด๊วนี้แม่งก็ไม่เคยเชื่อเหี้ยไรกุเรย
พูดปากเปียกปากแฉะจนปากแทบเน่าเพราะฮ่องกงฟุตอยู่แระ แม่งก็ไม่ฟังกุ
ทำให้เลือดสูบฉีดเข้าหัวใจกุล้นปรี่ด้วยความโกรธ อยากจะกระชากตบก็ทำบ่ได้
เพราะกุรักเด็ก ต้องทนๆๆๆ ฮึ่มๆ มึงๆๆๆ มึงไม่ฟังกุ๊
แต่กุก็เข้าใจในตัวเด็ก ถ้าเรียนเอกนี้แล้ว
ไม่มีความเข้าใจ กุว่าอย่าเรียนแม่งเรยดีกว่า คิดงี้ก็ดีขึ้น
คงเป็นเพราะตอนนี้โอเบ๊น มันโตแล้ว มันเรียนรู้อะไรได้มากขึ้น
กุจึงเริ่มอยากจะหาเด็กมาสอนใหม่ โอเบ๊นมันก็ไปเข้าเรียน
ในโรงเรียนปกติที่เป็นแบบเรียนร่วมแล้ว อะไรหลายๆอย่าง
เปลี่ยนไปไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่มันยังพอทำตามที่กุบอกบ้าง
ตอนนี้อาจจะเป็นเพราะมันเครียด ที่ต้องอยู่กับสภาวะแวดล้อมที่กดดัน
มันก็คงเป็นเรื่องปกติธรรมดาของเด็กออทิสติกอยู่แระ
กุจึงเริ่มปรึกษากับครูที่อยู่ในศูนย์ ฯ ที่กุเรียน
เค้าก็บอกว่า ให้กุลองเอาน้องพัด ที่เป็นเด็กออทิสติกขั้นรุนแรงมาสอนที่บ้าน
น้องพัดเป็นเด็กที่ถือว่าโตแล้ว ในบรรดาเด็กในศูนย์ ฯ
น้องพัดอายุ 12 ขวบ เริ่มมีพัฒนาการทางร่างกายเป็นวัยรุ่น
( กุเคยแอบเห็น กร๊ากกก )
แต่น้องพัดก็ไม่รู้เรื่องห่าอะไรยิ่งกว่าโอเบ๊นซะอีก
กุจำได้ว่า กุเคยเช็ดอ้วกน้องพัดครั้งนึง เพราะตอนนั้นน้องพัดมันนั่งอยู่คนเดียว
มันก็เอากำปั้น ยัดใส่ปากตัวเอง แล้วก็อ้วกออกมา
โอ่ย กุจะบร้าตายห่า แม่งเอ๊ย ! ต้องไปหาผ้ามาเช็ดอ้วกให้มัน
อะไรที่ไม่เคยทำ ก็ต้องทำ แร้วตอนนี้กุก็ไปรับน้องพัดมาสอนที่บ้าน
การฝึกก็อาจจะปกติเรื่อยๆของมันดี ถ้ามันไม่เกิดเหตุการณ์นี้
น้องพัดแม่ง ขี้แตก !
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
แค่อ้วกกุก็ว่าหนักสำหรับกุแร้ว นี่มันขี้อีก แร้วน้องพัดแม่งช่วยเหลือตัวเองบ่ได้
ทีนี้มันจะตกถึงใครล่ะ ถ้าไม่ใช่กุ๊ แง้ๆๆ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด
รับมาสอนวันแรก กุก็เจอดีเรย ทำไมไม่ถูกหวยเหมือนอย่างนี้บ้างวะ
แสดดดด
จริงๆแล้วน้องพัด มันใส่แพมเพิร์ส ไว้ตลอดเวลา
ถ้าแค่ฉี่กุจะไม่เดือดร้อนเหี้ยไรเรย แต่นี่แม่งขี้อ่ะ
กุอุตส่าห์ถามจากครูเค้าแร้ว ก่อนกุจะรับมาบ้าน
กุ : พี่อ้อยวันนี้น้องพัดขี้ยังอ่ะคะ
พี่อ้อย : อ่อ ก็เข้าห้องน้ำแล้วนะ พี่ล้างให้เองเมื่อกี๊นี้
กุ : ง่า ดีๆๆ เหะๆๆ นู๋กลัวต้องได้ล้าง เหะๆ
พี่อ้อย : คงไม่แล้วล่ะ เพราะน้องพัดถ่ายเป็นเวลา
กุจึงรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างยิ่ง
แต่สุดท้าย สิ่งที่กุได้รับคือ ... น้องพัดแม่งขี้แตกตอนมาบ้านกุนี่เอง
ชิบหาย ... ทำไงดีล่ะคราวนี้ ...
บ้านกุไม่ได้เคลือบยาถ่ายนะ ทำไมต้องเป็นเช่นนี้
มาจะกล่าวบทไป ถึงเรื่องขี้ๆ
คงไม่มีใครขี้เป็นกลิ่น ราสเบอร์รี่ ฉะนั้น น้องพัดก็เช่นกัน
ถ้ากุจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก็คงไม่ได้ เพราะมันเหม็นโคตร
กุเกิดความลังเล แม่ง ยิ่งลังเลเท่าไหร่ กุก็เริ่มจะทนไม่ไหว
คิดในใจ ... แม่งเอ๊ย กุจะพาน้องไปล้างดีไม๊วะ
แต่อีกใจก็คิดอีกว่า ไม่เอ๊า ... ไม่เอา กุรับบ่ได้ ให้กุล้างขี้เนี่ยนะ
แม่กุเขียนงานอยู่ ก็บ่นๆ ว่าให้พาน้องไปล้าง ด่ากุก็แล้ว
ว่ากุก็แล้ว แต่กุกลับไม่สะทกสะท้าน กุยอมให้แม่ด่า ดีกว่าให้กุล้างขี้ !
ในตอนนั้นกุคิดงั้น
สุดท้ายแม่กุคงทนไม่ไหว ( แต่กุเสือกทำเป็นทนไหว เพราะไม่อยากล้าง )
แม่กุเกิดอาการสุดจะทนกับพฤติกรรมจังไรของกุได้
แม่กุเรยบอกให้กุพาน้องไปหาแม่ แร้วแม่จะเป็นคนล้างเอง
แต่กุเกิดความคิดในด้านดี ของความเป็นนางฟ้าอีกครึ่งของตัวกุ
กุคิดว่า เอาวะ ล้างก็ล้าง จะให้แม่ล้างได้ไง
กุจึงจัดการถอดแพมเพิร์สของน้องพัดออกด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ
อุวะ ... จริงๆกุก็เคยถอดแพมเพิร์สให้เด็กเล็กๆอยู่เหมือนกันแหละน่า
แต่ตอนนั้นมันเป็นฉี่ค่ะ มันบ่ใช่เป็นขี้ ! คนละแนว คนละสปีชี่ส์กัน
พอกุถอดแพมเพิร์สน้องเสร็จ แม่ก็เอาไปเผาไฟรวมกับขยะทันที
อี๋ ๆๆๆๆๆๆๆ แร้วกุก็จัดการล้างขี้น้อง แร้วก็อาบน้ำให้น้องด้วย
จะได้หอมสดชื่น ล้างสะอาด ดมยิ่งสะอาดล้ำลึก
แหวะ !
แหม่ ... แร้วน้องพัดมันก็ไม่ใช่เด็กๆ ตอนกุถอดเสื้อผ้ามันหมด
กุก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมองตรงนั้นตรงนี้ ( กุไม่ใช่โรคจิตนะคะ )
กุก็ดันเหลือบไปเห็น อะไรต่อมิอะไรที่กุไม่คิดว่าอยากจะเห็น
อืม ... ไอ่น้องพัดนี่มันโตแล้วจริงๆด้วย กุแทบกรี๊ด
รู้สึกว่าตัวเองเขินๆอยู่เหมือนกัน ทำไมต้องเป็นกุ๊
เมื่อกุอาบน้ำให้น้องเสร็จ ชำระ ชำแหละ อะไรหลายๆอย่างหมดแล้ว
กุก็ไปหาเสื้อผ้าที่กุไม่ใส่แล้ว เอามาให้น้องใส่
แล้วก็ประแป้ง แต่งตัวให้น้องใหม่เอี่ยม สดชื่น
แต่กุไม่ได้ขอแพมเพิร์สมา เพราะกุไม่คิดว่า น้องจะฝากรักให้กุขนาดนี้
กุคิดว่า ... เฮ้อ หวังว่าคงมีวันนี้แค่วันเดียวที่กุจะเจอดี
ตอนเอาน้องไปส่ง กุก็เล่าให้พ่อแม่ของน้องพัด แร้วก็พี่อ้อย ฟัง
เพราะพี่อ้อย ไปรอรับน้องพัด ไปนอนที่บ้านอยู่แล้ว
สุดท้ายก่อนกุจะขอตัวกลับ แม่ก่าพ่อน้องพัด ก็เอาเสื้อผ้าของน้องพัด
แระก็แพมเพิร์ส ใส่ถุงให้กุ เอากลับบ้าน เพราะกุยังต้องเอาน้องพัดมาสอนอีก
เค้าบอกว่า " เอาเผื่อไป เผื่อน้องขี้อีก "
เอาล่ะสิ นี่กุยังจะเจออีกเรอะ
พอกุรับน้องมาสอน กี่วันๆ น้องแม่งก็ขี้ทุกวัน
กุต้องพาน้องไปล้างทุกวัน
บางวัน กุเซ็งๆ ก็เกิดความเหี้ยขึ้นมา เหมือนกัน
เวลาเอาน้องไปส่ง กุก็จะบอกกับพ่อแม่เค้าว่า
" น้องขี้ตอนติดไฟแดงตอนใกล้มาถึงบ้านแล้วค่ะ "
กุก็จะกลายเป็นผู้บริสุทธิ์
( แต่ใจสกปรก เด็กและสตรีมีครรภ์อ่านแล้วควรพิจารณา )
เหมือนเพิ่งมารู้ก่อนมาส่งน้องที่บ้านว่าน้องขี้แตก
วะฮะๆ
โคตรชั่วเรย เป็นความชั่วครั้งยิ่งใหญ่ ที่คนเรียนครูการศึกษาพิเศษไม่ควรทำ
แต่ถ้าใครเป็นอย่างกุ น้อยคนนักที่จะรับได้
กุก็คิดว่า กุจาไม่ทำอีก ฮือๆๆๆ
แต่ตอนนั้นกุบ่ไหวจริงๆ ต้องล้างขี้แม่งทุกว้าน ... ทุกวัน
แม่กุเคยบอกว่า
" ก็คิดจะเรียนเอกนี้แล้วนี่ ทุกอย่างก็ต้องทนต้องทำให้ได้ ไม่งั้นจะเรียนทำไม "
เอาสิวะ ... กุเสือกมาเรียนแล้วนี่ จะจบแหล่ไม่จบแหล่อยู่แระ
เรื่องแค่นี้ กุต้องอดทนให้ได้
ฮือๆๆ เหลืออีกตั้งเดือนกว่าๆ ที่กุต้องรับน้องพัดมาสอนที่บ้าน
กุจะรอดไม๊วะเนี่ย แง้ๆๆๆ
หลับก็ฝันว่าน้องขี้ ตื่นก็กินขี้ เอ๊ย ... ตื่นก็คิดกลัวว่าน้องจะขี้
แม่ง หลอนน่าดู๊ ทำไมชีวิตต้องพัวพันกับเรื่องขี้ๆด้วยวะ
โอ้ววว เยะเป็ด !
กุเคยเล่าให้พวกผู้ปกครอง แระครูที่สอนเด็กพิเศษเค้าฟัง
เรื่องพัฒนาการทางด้านร่างกายอย่างเต็มที่แบบวัยรุ่นของน้องพัด
ก็มียายของน้องอัสมะ ที่เป็นดาวน์ซินโดรม เค้านั่งฟังด้วย ก็แซวกุ
ยาย : ไอ่บลิวๆ ไม่ใช่ว่าสอนๆน้องอยู่ดีๆ ไปหกล้มทับของน้องนะ
กุ : โอ๊ย ... ถ้าหกล้มแบบนั้นนะ เกิดนู๋ติดใจขึ้นมา
มีแต่คนแปลกใจว่า เอ๊ะ ทำไมไอ่บลิวมันรับน้องไปสอนได้ทุกวันวะ งี้ก็ได้นะ
555555
แร้วก็หัวเราะกันแทบตาย เพราะตอนนั้น กุรู้สึกได้ว่า ท้องเกร็งไปหมด
เยี่ยวแทบราด เสือกพูดกันไปได้ บาปชิบหายเรย ล้อเด็กง่ะ
พอเหอะ ชั่วมามากแระ ต่อไปกุจาบ่ทำงี้อีกแร้วคร่า กรี๊ดๆๆๆ
ภาษาเหนือวันละคำวันนี้ คำว่า อ่องอ้อ อ่านว่า อ่อง - อ้อ แปลว่า สมอง
แต่งประโยค รถจนกั๋นคนต๋ายเป๋นนัก น่องหันอ่องอ้อเขาไหลน่ากั๋วเจ่นเจ้า
แปลอีกทีว่ะ รถชนกันคนตายเป็นเบือ นู๋เห็นสมองเค้าไหลโคตรน่ากลัวเรยค่ะ
บ๊าย ... บาย
นู๋บลิว เซเลอร์มูน ก๋ากั่น
ป.ล ขออภัยหากท่านกำลังแด่กข้าวอยู่ ช่วยไม่ได้ เสือกมาอ่านบล็อกกุเองนี่
ก๊ากๆๆ สะใจแสด เยะเป็ด !
( เวลากุแด่กข้าวแร้วนึกถึงเรื่องนี้ทีไร กุก็จะอ้วกแตกทุกทีสิวะ )

