เด็กเอ๋ย ... เด็กดี
เมื่อวันเด็กที่ผ่านมาที่คณะกุ มีการจัดงานวันเด็กกัน
โดยคณบดี คืออาจารย์ที่ปรึกษาของกุเนี่ยแหละ
แกอยากให้มีการจัดงานวันเด็ก แกบอกว่า
" ที่ราชภัฏของเราเคยมีงานวันเด็ก แต่ก็ไม่ได้จัดมานานแล้ว
20 กว่าปีแล้ว ครูอยากให้วันเวลาอย่างนั้นกลับมาอีกครั้ง
ในฐานะที่คณะเรา คือ ครุศาสตร์ เป็นที่ผลิตครู ควรจะมีงานอะไร
ให้กับเด็กๆบ้าง "
เออ ... กุว่าความคิดนี้ดี กุก็เห็นด้วย เพราะทุกปี ไม่มีใคร
จะรู้จักว่า คณะครุศาสตร์ ราชภัฏพิบูลสงครามมีงานวันเด็ก
เอาล่ะวะ ... คราวนี้ล่ะ จะได้รู้กันซักที ไหนๆก็เป็นที่ผลิตครูแระนี่
หลังจากประชุมนัดแนะกันป็นที่เรียบร้อยทั้งคณะ ว่าเอกไหนทำหน้าที่อะไร
เอกกุก็นัดประชุมกันทุกชั้นปี แร้วก็แบ่งหน้าที่กันไปทำ
ปี 2 มันก็มีหน้าที่คิดกิจกรรม ปี 3 ก็มีหน้าที่ จัดซุ้มจัดสถานที่
ส่วนพวกกุ ปี 4 ก็มีหน้าที่เย็บกระทง ใบเล็กๆ
ไม่ใช่อะไร อาจารย์กุ เค้าอยากแจกข้าวเด็ก โดยเย็บกระทงเอา
แทนที่จะให้ใส่กล่องโฟม พวกกุก็เอาวะ นั่งเย็บกระทง
หลังขดหลังแข็ง กุซึ่งไม่เค้ยไม่เคย ก็ต้องหัดเอา
เย็บเสียบ้าง เละบ้าง เพื่อนด่ากันชิบหาย กุก็ยังจะเสือกนั่งทำ
หน้าด้านหน้าทน เพราะอยากทำเป็น โฮะๆๆๆ
อีกอย่าง พวกกุเรียนวิชาเลือกเสรี " การแสดงละครสำหรับเด็ก "
เรียนกะอาจารย์คณะมนุษย์ฯ แร้วจารย์แกก็ส่งละครที่พวกกุแสดง
มาช่วยงานนี้ด้วย แมร่ง ... กุก็ทำหน้าที่หลายอย่างเรย
ไหนจะจัดงาน ไหนจะแสดงละครอีก เหอะๆ
แร้วให้กุไปเตรียมกับน้องปี 1 เอกดนตรี ให้มันทำเสียงให้
กุโคตรเซ็ง พวกมันแม่งไม่รับผิดชอบเหี้ยไรเรย กุโทรไปด่าตลอด
นัดแร้วก็ไม่มา บางทีก็ไม่ซ้อม เหี้ยไรของมัน กุเซ็งสัด
บอกให้มาซ้อมๆ พอบอกว่าเด๊วน้องจะไม่ได้คะแนนจากจารย์นะ
มันก็บอกว่าไม่เป็นไรคับพี่ ไอ่เชี่ย !
น่าถีบ สุดๆ
กุไม่ง้อแม่งก็ได้ แสดดดดดด ก็เลยตามเลยไม่ใช่คะแนนกุนิ่
คะแนนกุมีแค่แสดงละคร ส่วนพวกทำเสียงอะไร ก็คะแนนพวกมัน
เรื่องของพวกมึง !
และแล้วก็มาถึงวันงาน ... ทุกเอกเตรียมตัวเตรียมซุ้มกันอย่างดี
มีบางซุ้มเอากลองมาตี ร้องเพลงกันสนุกสนาน
นี่ถ้ากุไม่ติดภาระ ไปแต่งตัวแสดงละครนะ
กุไปเต้นเย้วๆ กับเพื่อนๆ เอกคณิตไปแระ ร้องเพลงเต้นกันมันส์น่าดู
แร้วการแสดงละครก็เริ่มขึ้น เพื่อนกุที่รับผิดชอบเป็น ทีมงาน
ออกไปพูดๆแพล่มๆกันก่อนเป็นนางฟ้า นางสวรรค์อะไรกันก็ไม่รู้
usher : น้องๆคะ ต่อไปนี้พบกับละครเรื่อง " แม่อึ่งอ่างกับวัว " ค่า
แร้วพวกกุก็ออกไป คงไม่ต้องบอกว่ากุแสดงเป็นอะไร
ตอนแรกเพื่อนแม่งบอกให้กุเป็นแม่อึ่งอ่าง
แต่กุไม่สามารถที่จะทำหน้าที่อันทรงเกียรติ นี้ได้
กุไม่ถนัด เป็นแม่ ทั้งๆที่หุ่นกุให้จะตาย
แต่เป็นแม่อึ่งอ่างมันแร่ดไม่ด๊าย เป็นลูกอึ่งอ่างได้แร่ดกว่า
ได้พูดเสียงแร่ดๆ ทำตัวแร่ดๆ มากกว่า
แม่อึ่งอ่างแม่งเรียบร้อย ไม่ใช่ตัวกุซักนิด กุเรยไม่แสดง ซะงั้น
แม่อึ่งอ่าง จึงตกเป็นของเพื่อนกุ โดยปริยาย แกมๆบังคับ
วะฮะๆ
เห็นอาจารย์ที่สอนกุ เค้าเดินออกมาบอกตอนที่พวกกุแสดงเสร็จว่า
อาจารย์ : เมื่อกี๊ คณบดี ที่ปรึกษาพวกนู๋น่ะ หัวเราะจนน้ำตาไหลเลยนะ
พวกกุ : โว้ว ขนาดนั้นเรยเหรอจารย์ อะไรจะตลกขนาดนั้น
นี่ตลกพวกนู๋ หรือตลกบทกันแน่
อาจารย์ : นั่นสิ ครูก็ยังสงสัยอยู่ ป่ะ ไปถ่ายรูปไว้หน่อยเร็ว เป็นอนุสรณ์
อืม ... มันก็น่าเก็บไว้เป็นความทรงจำอยู่หรอก นะ เป็นอึ่งอ่างเนี่ย
จากนั้นกุก็ไปช่วยน้องๆเอกกุ ทำกิจกรรม กุก็ทำเป็นชวนเด็กๆ
ประมาณว่าหลอกเด็กมาว่างั้น ให้มันมาเล่นเกมที่ซุ้มกุ
แร้วก็แจกหนม แจกของเล่น ให้เด็กๆไป
กุเหลือบๆไปดูซุ้มของเพื่อนๆ เอกอังกฤษ
กุเห็นมันมีหน้ากากเซเลอร์มูนด้วย กรี๊ดๆๆๆ แร้วก็เห็นถุงเป็นรูปเซเลอร์มูน
กุก็เดินๆเข้าไปบอกมัน
กุ : กรี๊ดดดด มึงมีเซเลอร์มูนด้วยเหรอ ขอกุนะ เก็บไว้ให้กุอันนึงน้า
เพื่อน : บลิว มึงโตแร้วนะ นี่เอามาแจกเด็ก
กุ : แต่กุชอบเซเลอร์มูนนี่ ไม่รู้แหละ เก็บไว้ให้กุอย่างละอันด้วยนะ
จากนั้นกุก็เดินหนีไป ปล่อยให้พวกมันสาปแช่งกุตามหลัง
อิอิ
กุทนต่อเสียงร้องเพลงของเพื่อนๆ เอกคณิตไม่ไหว
กุจึงวิ่งไปเต้นกะพวกมัน แฟนของน้องรหัสกุแม่งเสือกตาดี
มองเห็นกุ มันเรยยิ้มๆ แซวๆ แร้วชี้ให้น้องรหัสกุดูกุเต้น
น้องรหัสกุก็ตะโกนถามประมาณว่า กุไม่อายใครเรยเหรอ
แร้วกุจะอายทำห่าไร มันถามยังกะไม่รู้จักกุ
เป็นพี่น้องรหัสกันมากี่ปีวะ ง่าวจริง
แต่กุก็ไม่สนว่าใครจะแซวไง เสือกเก็บกด อยากเต้นมานานแระ
ก็เรย เย้วๆ กับเพื่อนๆเอกคณิตกันซักพัก แร้วก็กลับมาซุ้มต่อ
จากนั้นก็ไปแร่ดๆที่ซุ้มของเอกวิทย์ต่อ อิอิ เหมือนผีตองเหลืองเรยว่ะ
แม่งต้องย้ายถิ่นย้ายฐานไปตลอดเวลา
นี่ถ้าอาจารย์กุไม่มองนะ กุจะเต้นให้เอวหลุด แต่นี่จารย์มอง
กุเรยเกรงอกเกรงใจนิดๆ เซ็งว่ะ ไม่เป็นตัวของตัวเองเล้ย
หรือว่านี่กุหน้าด้านเกินไปวะ ?
ถึงเวลาที่กุต้องไปทวงเซเลอร์มูนกุแระ
กุเรยเดินไปหาเพื่อนเอกอังกฤษ
ถามว่าเซเลอร์มูนอยู่ตรงไหนจะให้มันหยิบให้
แต่มันบอกว่า มึงก็หยิบเองเหอะ กุเรยบ่เกรงใจ
เรยหยิบ หน้ากากเซเลอร์มูนมาอันนึง กร๊ากกก
ตามด้วย ถุงใบเล็กๆ ที่มีหน้าเซเลอร์มูน ก่าเซเลอร์มาร์ อีกถุงนึง
น่าร๊ากจริงๆ แหม่ ... กุเห็นมะค่อยมีเด็กมา
กุเรยกลัวเสียของ เรยหยิบๆมา ถือว่าความเป็นเด็กในตัวแระหัวใจของกุ
... มันเรียกร้องก็แร้วกัลล์ ...
จากนั้นกุแวะๆไปซุ้มที่แจกข้าว ปรากฎว่า กระทงใบตองที่พวกกุ
ตั้งใจลงแรง ลงมือ ลงเงิน กันทำ กลับกลายว่าไม่ได้ใช้เหี้ยไรเรย
ดันกลายเป็น กล่องโฟมไปได้ไงมะรู้
สอบถามจึงได้ความว่า กระทงมันแห้ง ไม่สามารถเอามาใส่ข้าวได้
กุก็ว่าแล้ว ... กุคิดไว้ตั้งแต่เย็บกระทงกันแระ
แต่ทำไงได้ เป็นความคิดของอาจารย์ พวกกุก็ไม่กล้าขัดใจ
ขัดใจไป ก็โดนเด่ะ แค่มองตา ก็ยังไม่กล้าจะมองเรย
ซวย เสียดายก็เสียดาย แม่ง อุตส่าห์ทำกัน ตั้งแต่เช้า ยันเย็น
ทำกันเป็นพันๆ กระทง เน่าแด่กซะหมดเรย เซ็ง
มีเด็กๆบางคน พ่อแม่จูงมือมา กุแอบขำ
เห็นเด็กคนนึง มือนึงจับพ่ออยู่ อีกมือนึง พยายามที่จะเอาไอ๊ติมใส่ปาก
มันเป็นไอ๊ติมแบบเขย่าๆ ถัง เค้าเรียกกันว่า ไอ๊ติมหลอด
พอพ่อมันเดิน มันก็กะลังจาเอาเข้าปาก ไอ๊ติมก็หลุดจากปาก
เพราะเวลาเดินมันไม่ได้สัมพันธ์ก่ามือ
กุกะเพื่อนขำกันแทบตาย เดินที ไอ่มือที่จะกินไอ๊ติม ก็เฉไปอีกข้าง
ไม่เข้าปากซ้ากที เออนะ ... น่ารักไปอีกแบบ
เด็กบางคน มันใส่ชุด ไอ้แมงมุม กุก็เข้าไปแซวมัน น่ารักโคตร
บางคนใส่ชุด ซูเปอร์แมน กุก็เรียกๆให้มันเข้ามาเล่นซุ้มกุ
มันก็งงๆ เรยวิ่งหนีพวกกุไปซะงั้น น่าตบจริงๆ
อุตส่าห์ทำตัวใจดีแร้วนะมึง !
แต่ไม่เป็นไรค่ะ บลิวรักเด็ก โฮะๆๆๆ มึงหนีได้หนีไป
กุจะไปวิ่งจับตัวมึงม้า
...
กุสังเกตว่า ทุกๆคน ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่
ก็มีความสุขกันทั้งนั้น เด็กๆได้ของแจก
ผู้ใหญ่ ( กุ ) ก็แต๊บของแจก อิอิ
สุดท้าย งานก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย
อาจารย์บอกพวกกุว่า ปีนี้คนยังไม่ค่อยรู้จักกันมาก
แต่ปีหน้า คงจะยิ่งใหญ่ แระไปได้ดีกว่านี้
กุก็ดีใจ กุอยากบอกทุกๆคนว่า
จริงๆแร้ว วันเด็ก ไม่จำเป็นที่ต้องให้เด็กไปเที่ยวได้อย่างเดียว
ผู้ใหญ่ก็เที่ยวได้ เพราะทุกคน ก็มีความเป็นเด็กอยู่ในตัวเองอยู่แระ
แต่ทำเป็นซ่อน ทำเป็นแอบ กุก็ไม่เข้าใจว่าจะแอบหาพ่อง
หรือยังไง บางทีปลดปล่อยความเป็นเด็กกันซะบ้าง คงจะดีหรอกนะ
แต่ไม่ใช่ให้ปล่อยความเป็นเด็ก เรยไปแอบปี้เด็ก อันนี้ก็จังไรเกินไป
ไม่ดีนะคะ ไม่ดี คุกนะคุก
จากเพื่อนที่หาว่ากุแต๊บของแจกเด็ก มันก็กลายมาแต๊บกันเอง
เพราะแจกเด็กไม่หมด มันเหลืออีกบานเบอะ
แหม่ ทีตอนนั้น ล่ะว่ากุแอบจิ๊ก อีเวร
จารย์เรยบอกให้เพื่อนกุ อีกคน เอาไปแจกเด็กที่ถูกทิ้ง
ที่บ้านอะไรก็ไม่รู้ กุจำบ่ได้แระ ก็เป็นความคิดที่ดีแฮะ
งานนี้มีความสุขแร้วก็เหนื่อยสุดๆ โคตรๆ
ก่อนกลับบ้าน กุก็เข้าประชุมกับอาจารย์ แร้วก็เพื่อนๆน้องๆทุกๆซุ้ม
ว่ามีปัญหาอะไรกันบ้าง
พอกุกลับถึงบ้าน กุก็หลับเป็นตาย ไม่พูดไม่จากับใครทั้งนั้น
เหนื่อยชิบหายเรย
ภาษาเหนือวันละคำวันนี้ คำว่า ผะเลิด อ่านว่า ผะ - เลิด แปลว่า ลื่นล้ม
แต่งประโยค ตะวานี้ฝนมันต๊กนัก น่องเลยผะเลิด เจ๊บเจ่น
แปลอีกทีว่ะ เมื่อวานนี้ฝนตกหนัก นู๋เรยลื่นล้มเจ็บโคตร
บ๊าย...บาย
นู๋บลิว เซเลอร์มูน ก๋ากั่น
ป.ล วันนั้นทั้งวัน กุท่องคำขวัญวันเด็กแทบตาย มาถึงวันนี้
กุก็ยังจำไม่ได้เรย น่าอายสรัด อายเด็ก ว่ะแม่ง

