ถ่อย

ทำไมใครๆต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อตลาดของสังคมด้วยวะ คิดยังไง อยากทำอะไร ทำไมต้องเลียนแบบ คนเราต้องเป็นตัวของเราเองสิวะ ... เนี่ยแหละ บล็อกกุ ส้วมของกุ บ่งบอกความสันดานของตัวกุ อยากอ่านก็อ่าน ไม่อยากอ่านก็ไม่ต้องอ่าน และถ้าใครขี้เกียจจะอ่าน ก็ไม่ต้องเสือกเม้นท์ บล็อกกุต้องอ่านก่อน ถึงจะเม้นท์ได้ ฉะนั้น ... ไม่อยากอ่าน ก็กดกากบาทข้างบน ปิดแม่งไปเลยค่ะ ขอบคุณที่ใช้บริการส้วมแห่งนี้ ตุ่ง ตุง ตุ๊งงงง ...

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2549

เด็กเอ๋ย ... เด็กดี

เมื่อวันเด็กที่ผ่านมาที่คณะกุ มีการจัดงานวันเด็กกัน
โดยคณบดี คืออาจารย์ที่ปรึกษาของกุเนี่ยแหละ
แกอยากให้มีการจัดงานวันเด็ก แกบอกว่า
" ที่ราชภัฏของเราเคยมีงานวันเด็ก แต่ก็ไม่ได้จัดมานานแล้ว
20 กว่าปีแล้ว ครูอยากให้วันเวลาอย่างนั้นกลับมาอีกครั้ง
ในฐานะที่คณะเรา คือ ครุศาสตร์ เป็นที่ผลิตครู ควรจะมีงานอะไร
ให้กับเด็กๆบ้าง "
เออ ... กุว่าความคิดนี้ดี กุก็เห็นด้วย เพราะทุกปี ไม่มีใคร
จะรู้จักว่า คณะครุศาสตร์ ราชภัฏพิบูลสงครามมีงานวันเด็ก
เอาล่ะวะ ... คราวนี้ล่ะ จะได้รู้กันซักที ไหนๆก็เป็นที่ผลิตครูแระนี่
หลังจากประชุมนัดแนะกันป็นที่เรียบร้อยทั้งคณะ ว่าเอกไหนทำหน้าที่อะไร
เอกกุก็นัดประชุมกันทุกชั้นปี แร้วก็แบ่งหน้าที่กันไปทำ
ปี 2 มันก็มีหน้าที่คิดกิจกรรม ปี 3 ก็มีหน้าที่ จัดซุ้มจัดสถานที่
ส่วนพวกกุ ปี 4 ก็มีหน้าที่เย็บกระทง ใบเล็กๆ
ไม่ใช่อะไร อาจารย์กุ เค้าอยากแจกข้าวเด็ก โดยเย็บกระทงเอา
แทนที่จะให้ใส่กล่องโฟม พวกกุก็เอาวะ นั่งเย็บกระทง
หลังขดหลังแข็ง กุซึ่งไม่เค้ยไม่เคย ก็ต้องหัดเอา
เย็บเสียบ้าง เละบ้าง เพื่อนด่ากันชิบหาย กุก็ยังจะเสือกนั่งทำ
หน้าด้านหน้าทน เพราะอยากทำเป็น โฮะๆๆๆ
อีกอย่าง พวกกุเรียนวิชาเลือกเสรี " การแสดงละครสำหรับเด็ก "
เรียนกะอาจารย์คณะมนุษย์ฯ แร้วจารย์แกก็ส่งละครที่พวกกุแสดง
มาช่วยงานนี้ด้วย แมร่ง ... กุก็ทำหน้าที่หลายอย่างเรย
ไหนจะจัดงาน ไหนจะแสดงละครอีก เหอะๆ
แร้วให้กุไปเตรียมกับน้องปี 1 เอกดนตรี ให้มันทำเสียงให้
กุโคตรเซ็ง พวกมันแม่งไม่รับผิดชอบเหี้ยไรเรย กุโทรไปด่าตลอด
นัดแร้วก็ไม่มา บางทีก็ไม่ซ้อม เหี้ยไรของมัน กุเซ็งสัด
บอกให้มาซ้อมๆ พอบอกว่าเด๊วน้องจะไม่ได้คะแนนจากจารย์นะ
มันก็บอกว่าไม่เป็นไรคับพี่ ไอ่เชี่ย !
น่าถีบ สุดๆ
กุไม่ง้อแม่งก็ได้ แสดดดดดด ก็เลยตามเลยไม่ใช่คะแนนกุนิ่
คะแนนกุมีแค่แสดงละคร ส่วนพวกทำเสียงอะไร ก็คะแนนพวกมัน
เรื่องของพวกมึง !
และแล้วก็มาถึงวันงาน ... ทุกเอกเตรียมตัวเตรียมซุ้มกันอย่างดี
มีบางซุ้มเอากลองมาตี ร้องเพลงกันสนุกสนาน
นี่ถ้ากุไม่ติดภาระ ไปแต่งตัวแสดงละครนะ
กุไปเต้นเย้วๆ กับเพื่อนๆ เอกคณิตไปแระ ร้องเพลงเต้นกันมันส์น่าดู
แร้วการแสดงละครก็เริ่มขึ้น เพื่อนกุที่รับผิดชอบเป็น ทีมงาน
ออกไปพูดๆแพล่มๆกันก่อนเป็นนางฟ้า นางสวรรค์อะไรกันก็ไม่รู้
usher : น้องๆคะ ต่อไปนี้พบกับละครเรื่อง " แม่อึ่งอ่างกับวัว " ค่า
แร้วพวกกุก็ออกไป คงไม่ต้องบอกว่ากุแสดงเป็นอะไร
ตอนแรกเพื่อนแม่งบอกให้กุเป็นแม่อึ่งอ่าง
แต่กุไม่สามารถที่จะทำหน้าที่อันทรงเกียรติ นี้ได้
กุไม่ถนัด เป็นแม่ ทั้งๆที่หุ่นกุให้จะตาย
แต่เป็นแม่อึ่งอ่างมันแร่ดไม่ด๊าย เป็นลูกอึ่งอ่างได้แร่ดกว่า
ได้พูดเสียงแร่ดๆ ทำตัวแร่ดๆ มากกว่า
แม่อึ่งอ่างแม่งเรียบร้อย ไม่ใช่ตัวกุซักนิด กุเรยไม่แสดง ซะงั้น
แม่อึ่งอ่าง จึงตกเป็นของเพื่อนกุ โดยปริยาย แกมๆบังคับ
วะฮะๆ
เห็นอาจารย์ที่สอนกุ เค้าเดินออกมาบอกตอนที่พวกกุแสดงเสร็จว่า
อาจารย์ : เมื่อกี๊ คณบดี ที่ปรึกษาพวกนู๋น่ะ หัวเราะจนน้ำตาไหลเลยนะ
พวกกุ : โว้ว ขนาดนั้นเรยเหรอจารย์ อะไรจะตลกขนาดนั้น
นี่ตลกพวกนู๋ หรือตลกบทกันแน่
อาจารย์ : นั่นสิ ครูก็ยังสงสัยอยู่ ป่ะ ไปถ่ายรูปไว้หน่อยเร็ว เป็นอนุสรณ์
อืม ... มันก็น่าเก็บไว้เป็นความทรงจำอยู่หรอก นะ เป็นอึ่งอ่างเนี่ย
จากนั้นกุก็ไปช่วยน้องๆเอกกุ ทำกิจกรรม กุก็ทำเป็นชวนเด็กๆ
ประมาณว่าหลอกเด็กมาว่างั้น ให้มันมาเล่นเกมที่ซุ้มกุ
แร้วก็แจกหนม แจกของเล่น ให้เด็กๆไป
กุเหลือบๆไปดูซุ้มของเพื่อนๆ เอกอังกฤษ
กุเห็นมันมีหน้ากากเซเลอร์มูนด้วย กรี๊ดๆๆๆ แร้วก็เห็นถุงเป็นรูปเซเลอร์มูน
กุก็เดินๆเข้าไปบอกมัน
กุ : กรี๊ดดดด มึงมีเซเลอร์มูนด้วยเหรอ ขอกุนะ เก็บไว้ให้กุอันนึงน้า
เพื่อน : บลิว มึงโตแร้วนะ นี่เอามาแจกเด็ก
กุ : แต่กุชอบเซเลอร์มูนนี่ ไม่รู้แหละ เก็บไว้ให้กุอย่างละอันด้วยนะ
จากนั้นกุก็เดินหนีไป ปล่อยให้พวกมันสาปแช่งกุตามหลัง
อิอิ
กุทนต่อเสียงร้องเพลงของเพื่อนๆ เอกคณิตไม่ไหว
กุจึงวิ่งไปเต้นกะพวกมัน แฟนของน้องรหัสกุแม่งเสือกตาดี
มองเห็นกุ มันเรยยิ้มๆ แซวๆ แร้วชี้ให้น้องรหัสกุดูกุเต้น
น้องรหัสกุก็ตะโกนถามประมาณว่า กุไม่อายใครเรยเหรอ
แร้วกุจะอายทำห่าไร มันถามยังกะไม่รู้จักกุ
เป็นพี่น้องรหัสกันมากี่ปีวะ ง่าวจริง
แต่กุก็ไม่สนว่าใครจะแซวไง เสือกเก็บกด อยากเต้นมานานแระ
ก็เรย เย้วๆ กับเพื่อนๆเอกคณิตกันซักพัก แร้วก็กลับมาซุ้มต่อ
จากนั้นก็ไปแร่ดๆที่ซุ้มของเอกวิทย์ต่อ อิอิ เหมือนผีตองเหลืองเรยว่ะ
แม่งต้องย้ายถิ่นย้ายฐานไปตลอดเวลา
นี่ถ้าอาจารย์กุไม่มองนะ กุจะเต้นให้เอวหลุด แต่นี่จารย์มอง
กุเรยเกรงอกเกรงใจนิดๆ เซ็งว่ะ ไม่เป็นตัวของตัวเองเล้ย
หรือว่านี่กุหน้าด้านเกินไปวะ ?
ถึงเวลาที่กุต้องไปทวงเซเลอร์มูนกุแระ
กุเรยเดินไปหาเพื่อนเอกอังกฤษ
ถามว่าเซเลอร์มูนอยู่ตรงไหนจะให้มันหยิบให้
แต่มันบอกว่า มึงก็หยิบเองเหอะ กุเรยบ่เกรงใจ
เรยหยิบ หน้ากากเซเลอร์มูนมาอันนึง กร๊ากกก
ตามด้วย ถุงใบเล็กๆ ที่มีหน้าเซเลอร์มูน ก่าเซเลอร์มาร์ อีกถุงนึง
น่าร๊ากจริงๆ แหม่ ... กุเห็นมะค่อยมีเด็กมา
กุเรยกลัวเสียของ เรยหยิบๆมา ถือว่าความเป็นเด็กในตัวแระหัวใจของกุ
... มันเรียกร้องก็แร้วกัลล์ ...
จากนั้นกุแวะๆไปซุ้มที่แจกข้าว ปรากฎว่า กระทงใบตองที่พวกกุ
ตั้งใจลงแรง ลงมือ ลงเงิน กันทำ กลับกลายว่าไม่ได้ใช้เหี้ยไรเรย
ดันกลายเป็น กล่องโฟมไปได้ไงมะรู้
สอบถามจึงได้ความว่า กระทงมันแห้ง ไม่สามารถเอามาใส่ข้าวได้
กุก็ว่าแล้ว ... กุคิดไว้ตั้งแต่เย็บกระทงกันแระ
แต่ทำไงได้ เป็นความคิดของอาจารย์ พวกกุก็ไม่กล้าขัดใจ
ขัดใจไป ก็โดนเด่ะ แค่มองตา ก็ยังไม่กล้าจะมองเรย
ซวย เสียดายก็เสียดาย แม่ง อุตส่าห์ทำกัน ตั้งแต่เช้า ยันเย็น
ทำกันเป็นพันๆ กระทง เน่าแด่กซะหมดเรย เซ็ง
มีเด็กๆบางคน พ่อแม่จูงมือมา กุแอบขำ
เห็นเด็กคนนึง มือนึงจับพ่ออยู่ อีกมือนึง พยายามที่จะเอาไอ๊ติมใส่ปาก
มันเป็นไอ๊ติมแบบเขย่าๆ ถัง เค้าเรียกกันว่า ไอ๊ติมหลอด
พอพ่อมันเดิน มันก็กะลังจาเอาเข้าปาก ไอ๊ติมก็หลุดจากปาก
เพราะเวลาเดินมันไม่ได้สัมพันธ์ก่ามือ
กุกะเพื่อนขำกันแทบตาย เดินที ไอ่มือที่จะกินไอ๊ติม ก็เฉไปอีกข้าง
ไม่เข้าปากซ้ากที เออนะ ... น่ารักไปอีกแบบ
เด็กบางคน มันใส่ชุด ไอ้แมงมุม กุก็เข้าไปแซวมัน น่ารักโคตร
บางคนใส่ชุด ซูเปอร์แมน กุก็เรียกๆให้มันเข้ามาเล่นซุ้มกุ
มันก็งงๆ เรยวิ่งหนีพวกกุไปซะงั้น น่าตบจริงๆ
อุตส่าห์ทำตัวใจดีแร้วนะมึง !
แต่ไม่เป็นไรค่ะ บลิวรักเด็ก โฮะๆๆๆ มึงหนีได้หนีไป
กุจะไปวิ่งจับตัวมึงม้า
...
กุสังเกตว่า ทุกๆคน ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่
ก็มีความสุขกันทั้งนั้น เด็กๆได้ของแจก
ผู้ใหญ่ ( กุ ) ก็แต๊บของแจก อิอิ
สุดท้าย งานก็เป็นไปอย่างเรียบร้อย
อาจารย์บอกพวกกุว่า ปีนี้คนยังไม่ค่อยรู้จักกันมาก
แต่ปีหน้า คงจะยิ่งใหญ่ แระไปได้ดีกว่านี้
กุก็ดีใจ กุอยากบอกทุกๆคนว่า
จริงๆแร้ว วันเด็ก ไม่จำเป็นที่ต้องให้เด็กไปเที่ยวได้อย่างเดียว
ผู้ใหญ่ก็เที่ยวได้ เพราะทุกคน ก็มีความเป็นเด็กอยู่ในตัวเองอยู่แระ
แต่ทำเป็นซ่อน ทำเป็นแอบ กุก็ไม่เข้าใจว่าจะแอบหาพ่อง
หรือยังไง บางทีปลดปล่อยความเป็นเด็กกันซะบ้าง คงจะดีหรอกนะ
แต่ไม่ใช่ให้ปล่อยความเป็นเด็ก เรยไปแอบปี้เด็ก อันนี้ก็จังไรเกินไป
ไม่ดีนะคะ ไม่ดี คุกนะคุก
จากเพื่อนที่หาว่ากุแต๊บของแจกเด็ก มันก็กลายมาแต๊บกันเอง
เพราะแจกเด็กไม่หมด มันเหลืออีกบานเบอะ
แหม่ ทีตอนนั้น ล่ะว่ากุแอบจิ๊ก อีเวร
จารย์เรยบอกให้เพื่อนกุ อีกคน เอาไปแจกเด็กที่ถูกทิ้ง
ที่บ้านอะไรก็ไม่รู้ กุจำบ่ได้แระ ก็เป็นความคิดที่ดีแฮะ
งานนี้มีความสุขแร้วก็เหนื่อยสุดๆ โคตรๆ
ก่อนกลับบ้าน กุก็เข้าประชุมกับอาจารย์ แร้วก็เพื่อนๆน้องๆทุกๆซุ้ม
ว่ามีปัญหาอะไรกันบ้าง
พอกุกลับถึงบ้าน กุก็หลับเป็นตาย ไม่พูดไม่จากับใครทั้งนั้น
เหนื่อยชิบหายเรย
ภาษาเหนือวันละคำวันนี้ คำว่า ผะเลิด อ่านว่า ผะ - เลิด แปลว่า ลื่นล้ม
แต่งประโยค ตะวานี้ฝนมันต๊กนัก น่องเลยผะเลิด เจ๊บเจ่น
แปลอีกทีว่ะ เมื่อวานนี้ฝนตกหนัก นู๋เรยลื่นล้มเจ็บโคตร
บ๊าย...บาย
นู๋บลิว เซเลอร์มูน ก๋ากั่น
ป.ล วันนั้นทั้งวัน กุท่องคำขวัญวันเด็กแทบตาย มาถึงวันนี้
กุก็ยังจำไม่ได้เรย น่าอายสรัด อายเด็ก ว่ะแม่ง

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2549

เรื่องของกุ ... ในรอบปี '48

โอวววว ... ถึงเวลาที่กุต้องรวบรวมสิ่งที่ผ่านๆมา
แร้วอัดแน่นบีบเต็มไฟล์ เหมือน zip หรือ rar แร้วเหรอวะ
สิ่งที่เกิดมามีทั้งดีทั้งเหี้ย ก็หมุนวนเวียนกันไปตามเรื่องตามราว
มันก็คงจะเหมือนกับโลกที่หมุนนั่นแหละมั้ง
ร่างกายคนมันก็เกิดมาจากธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ มันคงขึ้นอยู่กับโลกสิน่า
และชีวิตมันก็คงจะไม่เรียบเหมือนโดนรีดจนเป็นกลีบโง้ง
กุยินดีที่สุด
เรื่องที่ 1
ในที่สุดกุก็ทำได้ริ้ววว กุสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ปี 4 ได้
เป็นไปได้ไงเนี่ย สมองกลวงๆ กะหลั่วๆ แบบกุ จะมาถึงปีสุดท้าย
โอวววว กุเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ การี๊ด การี๊ด
เรื่องที่ 2
ทั้งการทดลองสอนตลอดระยะเวลา เดือนครึ่ง
ที่โรงเรียนโสตศึกษา ทุ่งมหาเมฆ ณ บางกอก
แระการฝึกสอนเต็มรูปแบบความเป็นควาย เอ๊ย ! ครู ของกุ
ตลอดระยะเวลา 5 เดือน ที่โรงเรียนบ้านวังสาร ณ พิดโลก
ผ่านไปแล้ว มันผ่านแล้ว ผ่านมา เอ๊อ ... เออ ผ่านไป
ไวเหมือนโกหก ตอแหล แต่มันก็ผ่านมาแร้วจริงๆ
ยังกะฝันไป ครั้งนึงกุได้เอาตีนไปเหยียบไปย่ำแผ่นดินเมืองฟ้าภมร
ทำภาษามือ ชี้โบ๊ชี้เบ๊กับเด็กหูหนวก
แป๊บๆ กุก็มาซิ่งมอไซค์จนเมื่อยก้นเพื่อไปสอนภาษาไทย
( ซึ่งกุไม่ได้เรียนเหี้ยไรเกี่ยวกับเอกภาษาไทยเรย
มีความรู้พื้นฐาน กะต๊อยเดียว )
อีกอำเภอนึงที่ห่างจากตัวเมืองพิดโลก ประมาณ 20 กว่าโล
แหม่ ... อิห่า ... ทำไปได้นะกุ
เด็กๆติดกุกันงอมแงม ยังกะกุเอายาบ้าให้เด็กแด่ก
เรียกกัน " ครูบลิว ๆ " กันไม่ขาดปาก
รู้สึกดีใจ และมีเกียรติเป็นอย่างยิ่ง ในประสบการณ์ของชีวิตกุ
กุหลอนที่สุด
เรื่องที่ 1
ตอนสอนอยู่โรงเรียนโสตฯ ทุ่งมหาเมฆ มีข่าวว่าก่อนหน้าที่กุ
กับเพื่อนๆ จะไปถึงโรงเรียนนั้น มีเด็กหูหนวกผู้หญิง
ผูกคอตายในห้องน้ำที่พวกกุไปอาบทุกว๊าน ... ทุกวัน
สัดดอก ! หลอนชิบหายเรย ทำไมจะต้องรับรู้เรื่องราวแบบนี้ด้วยวะ
กลัวจนแม่งเยี่ยวแทบราดใส่ที่นอน แม่งน่าเกลียดโคตร
นอนหลับไม่ลง กระวนกระวาย นอนคลุมโปง โอ๊ย ... อุบาทว์ที่สุด
เรื่องที่ 2
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค เป็นวันเกิดย่ากุ
ก็ไปนัดเจอกันกับญาติๆที่แพร่ ที่ " คุ้มเจ้าหลวง "
เป็นคุ้มที่เจ้าหลวงเมืองแพร่ในสมัยก่อนได้อยู่
พูดง่ายๆ ถ้าคนโง่ ไม่เข้าใจ ก็ประมาณว่า เป็นจวนผู้ว่าสมัยก่อน
ว่างั้นเหอะ ! อุ๊ย ... เบื่อจริงๆ พวกง่าวๆเนี่ย
อิ๊อิ๊อิ๊
เรื่องราวความเฮี้ยนต่างๆนานา เข้ามายังโสตสัมผัสทั้ง 5 ของกุ
( มันมีไรบ้างวะ กุลืม เออ ช่างหัวแม่ง คิดเองแร้วกัน )
ไม่ว่าจะได้รับฟังจากการบอกเล่าของไอ่ดุ๊กดิ๊ก
ที่เป็นลูกสาวของอา เพราะโรงเรียนมันอยู่ตรงข้ามกับคุ้มเจ้าหลวง
แร้วมันก็ได้ยินคำบอกเล่ามาอีกที มันเคยเข้าไปในคุ้มกับเพื่อนมาก่อน
อีกอย่างมันก็เคยอ่านหนังสือพิมพ์ด้วย
เคยลงหน้า 1 ถึงความเฮี้ยนสุดๆด้วย
ซึ่งก็เหมือนเดิม กุไม่เคยรู้เรื่องเหี้ยไรมาก่อน แร้วเสือกมารู้ทีหลัง
อีกแร้ว เยะเป็ด ! กุคงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ สาดดดด
ฟังจากน้องยังไม่พอ กุมาอ่านคู่สร้างคู่สม ( ที่อากุซื้อ กุไม่ซื้อ )
ก็พูดถึงเรื่องราวความเฮี้ยนของคุ้มเจ้าหลวงนี่เหมือนกัน
วู้ พิมพ์ไปพิมพ์มา รู้สึกเสียวสันหลังวาบๆแฮะ
เหมือนเริ่มจะสติแตกอีกแร้วสิกุ เบี่ยจริงๆ
พอได้ขึ้นไปสัมผัสกับคุกใต้คุ้ม แระบรรยากาศภายในคุ้ม
ความหลอนกุก็เริ่มจะแสดงอาการเป็นระยะ แต่ก็ยังไม่เท่าไหร่
เมื่อกลับมาบ้านนี่สิ แม่งเอ๊ย นึกสภาพควายนอนคลุมโปง
อยู่ในผ้าห่ม นอนก็นอนไม่หลับ คิดวนๆเวียนๆ กลัวผี
รูปภาพอะไรต่อมิอะไร ก็จำติดตา จนนอนไม่หลับ
ฝากบอกท่านผู้ที่ติดตามบล็อกกุไว้ด้วยว่า
ใครคิดอยากจะทำหนังผี มาจ้างกุได้
กุจะบอกวิธีการที่คิดว่าน่ากลัวเหี้ยๆให้ท่านได้นะคะ
รับรองหนังผีของท่าน แม่งรายได้กระฉูด
เพราะความน่ากลัวที่กุคิดขึ้นเอง ตามจินตนาการของกุล้วนๆ
ไม่ว่าผีจะมารูปแบบไหน แลบลิ้นปลิ้นตายังไง
สุดยอดของความหลอนแห่งปี หนังของท่านจะได้รับการกล่าวขวัญ
เด็กมาดูจะนอนไม่หลับ ผู้ใหญ่ดูก็เยี่ยวราด
วุ้ย พูดแร้วหลอนว่ะ ถ้าไง ใครสนใจติดต่อกุนะคะ กร๊ากกกก
กุคิดว่าเป็นเรื่องที่โคตรจะเหี้ยที่สุด
นายก ท. จะให้ครูสังกัดกับพวก อปท.
ไม่มีห่าไรจะคิดแร้วไงวะ ที่คิดเอา
การศึกษากับการเมืองมาผนวกเข้าด้วยกัน
สัดม๋าที่สุด ยากส์ที่กุจะรับได้
ทุกวันนี้ เด็กๆ ก็ สมองบรรลัยกลวงกันหมดแระ
ยิ่งมาโดนงี้อีก กุล่ะอยากถีบหำ !
จริงๆแร้ว จะมีคนบอกว่า นายก ท. ไม่ผิด
ใช่ มัน ถูกต้อง ถ้าจะบอกว่า ไม่ผิดว่าไม่ใช่คนออกกฎหมายนี้มา
ต้องโทษตั้งแต่รัฐบาล คุณ ช. ( เอ้อ เรื่องนี้ต้องพิณาอีกครั้งนึง )
ที่เสือกออกกฎหมายนี้ แต่ที่พวกครูเกลียดเข้าไส้
ก็เพราะ เมื่อ นายก ท. สมัยหาเสียง เสือกบอกว่าเรื่องนี้เก็บไว้ก่อน
ครูจึงเทให้ หมดเลย หมดใจ ให้กับ นายก ท.
เมื่ออำนาจตกอยู่ในมือ มันก็เหมือนกับกอลลั่มได้แหวน
อยากครอบครองทุกสิ่งทุกอย่าง
รวยกันล้นฟ้า ก็ไม่รู้จักอิ่ม จักพอ ก็ไม่เคยใส่ใจคำพูดของตัวเองอีกต่อไป
ไม่มีเงินซื้อของให้เด็กก็โทษครู เอาเงินตัวเองออกก็ครู
เพื่ออะไรเนี่ย ? คนหัวควยๆ ไม่เข้าใจ ก็ด่าครูๆๆๆ
พ่องตาย ... แร้วที่อ่านออกเขียนได้นี่ เคยนึกบ้างไม๊
ว่าใคร ที่ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้ลูกศิษย์
จนแร้วจนอีก พ่อแม่กุ เอ้า จนกันเข้าไป ฮิ้ววววว
อิพวกปอบที่หน้าบานกันอยู่แร้ว ก็ยิ่งบานเป็นกระด้งเข้าไปใหญ่
ค่านิยมแบบเหลี่ยมๆ เริ่มครอบงำประเทศชาติแร้ว อูววววว
( ประเทศไทย ) ของรัก ... ของข้า
( กรุณาทำเสียงสยิวกริ้ว เหมือนกอลลั่ม )
เปลืองตัวที่สุด ( ไม่ยักกะได้ตังค์ )
เรื่องที่ 1
กุไปบ้านอินุ่น แร้วโดนเด็กจังไร แอบดูตอนอาบน้ำ
ดีนะที่ไม่แอบดูตอนกุขี้ ไม่งั้นล่ะมึง จาเอาขี้ปาหน้ามึง !
ไม่รู้ว่าได้ดูส่วนไหนไปบ้าง ช่างมึง ! คราวนี้เอาผิดไม่ได้
คราวหน้าถ้าแม่งมาแอบดูกุอีก มึงอดปี้สาวแน่
เวรเอ๊ย ถ้ากุไม่เอะใจ ป่านนี้
คงชักว่าวจนเสร็จไปแร้ว สาด
แม่ง ไม่กล้าไปบ้านอินุ่นอีกเรยกุ เศร้า ฮือๆๆ
เด็กจังไร เด็กห่า สันดานม๋า เหี้ยๆๆ เชี่ยควาย กรี๊ดดดด
เรื่องที่ 2
กุโดนแอบดูที่บ้านพักครู ที่โรงเรียนบ้านวังสาร
ที่กุไปฝึกสอนอยู่ แม่งเอ๊ย นี่คือเหตุผลว่า
ทำไมกุจึงต้องทนขี่มอไซค์จนเมื่อยก้นไปสอนเด็ก ตั้ง 20 กว่าโล
ขืนกุอยู่บ้านพักนั่นต่อไป คราวนี้ คงโดนปี้ จนคลอดลูกแร้วมั้ง
สาด ทำไมต้องห่าแด่กขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีวันนี้เป็นของตัวเอง
เคยได้ยินแต่เรื่องคนอื่น ไม่น่าเชื่อว่า กุจะมีคนแอบดู
ตั้ง 2 ครั้ง 2 ครา ( ที่จับได้ แต่ที่ไม่เอะใจไม่รู้มีไม๊ )
กุคงเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ อีกแร้วเหรอวะ ?
-"-
รู้สึกเริ่มฉลาดมากขึ้นที่สุด
เรื่องที่ 1
กุสามารถทำโปรแกรม movie maker ได้
อุวะ คนอย่างอิบลิวเนี่ยนะ ทำได้
มะ มะ มะ ม่ายน่าเชื่อ ฮิฮิ้ววววววว
แต่จงเชื่อว่ากุทำได้ ( ได้นิดหน่อย แต่ดีใจเหมือนมีฮาเร็มผู้ชาย )
จริงๆแร้วไม่ได้น่าตื่นเต้นอะไรเล้ย
สำหรับคนอื่น แต่สำหรับกุ ตื่นเต้นอย่างแรง
เพราะกุมะค่อยทำห่าไรเกิดขึ้นเป็นชิ้นเป็นอัน
เหมือนชาวบ้านชาวเมืองเค้า
กุเรยเกิดอาการดีใจ โฮะๆๆๆๆ I can do กุ ( ก็ ) ทำได้ นะเนี่ย
กริ๊วววววววว กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด กร๊าดดดด
แต่กุคงต้องฝึกไปอีกเยอะๆ เพราะยังห่วยแตก อุบาทว์สัดม๋าอยู่
อย่ามาหัวเราะเยาะกุ๊ เด๊วกุตบ
ถ้ากุเก่ง อย่ามากราบกุละกัลล์ เชอะ !
เรื่องที่ 2
กุส่งงานอาจารย์ทันเวลาที่กำหนด
เอ่อ ... มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด แต่กุก็ดีใจวะ
ปกติ กุส่งเลทแม่งตาหลอด หดหู่เป็นอย่างยิ่ง
แต่ที่ผ่านมา กุเริ่มส่งงาน ได้เร็วขึ้น งิงิงิ เอาวะ สู้ๆ
แระเวลาที่กุได้เรียนวิชา การแสดงละครสำหรับเด็ก
ซึ่งเป็นวิชาเลือกเสรี กุก็ทำคะแนนได้ดี ถ้าเกรดเหี้ยนะ แม่ง กุจะด่า
( ด่าในใจ แม่งถ้าด่าต่อหน้า กุก็กลัวเซร่ อะโด่ )
กุเครียดที่สุด
เรื่องที่ 1
ไม่มีเรื่องอะไรที่น่าเครียดไปมากกว่าเรื่องความอ้วนอีกแล้ว
ในชีวิตกุ ว่าจะลดๆ แม่งลดไม่ได้ซ้ากที
โว้ย พิมพ์แร้วยังเครียดอยู่ อย่าๆ อย่าให้กุได้พิมพ์เยอะกว่านี้
ไม่ไหวแร้ว กรี๊ดดดดดดดดดดดด น้ำหนักขึ้น ไม่มีทีท่าว่าจะลด
เชี่ยๆๆๆๆๆๆ กะกุชอบแดรกนี่ แง้ๆๆๆ
อิพวกชอบยัดห่ายิ่งกว่ากุแม่งไม่อ้วนวะ
ทีกุจะแด่กไรนิดไรหน่อย แม่งให้กุอ้วนเรยเชียว
สรัดๆๆๆๆๆๆ งี้ไม่ให้กุเครียดได้ไง
ความเครียดทำให้กุอ้วน แต่ความอ้วนก็ทำให้กุเครียดเช่นเดียวกัน
เรื่องที่ 2
เพลงประจำบล็อกถ่อยของกุหายไป มันนึกอยากจะมามันก็มา
มันนึกอยากจะหายมันก็หายไป
ถ้าเปรียบเทียบกับเมนส์มา เป็นแบบนี้ กุคงสันนิษฐานว่ากุท้องไปแระ
ทำให้บล็อกกุไม่มีความเป็นตัวเองเรย
อิเพลงเซเลอร์มูนของกุ๊ มึงกลับม้า แง้ ม่ากี๊ ยังฟังได้ ตอนนี้เดี้ยงอีกแร้ว
ใครรู้บอกกุทีค่ะ กุจะร้องไห้แร้ว ฮือๆ
กุเหงาที่สุด
เรื่องที่ 1
เวลาประมาณ 5 โมงเย็น ถึง 2 ทุ่ม จะเป็นเวลาที่กุหดหู่ใจ
แระว้าเหว่มากที่สุด ไม่รู้เป็นครวยไร แต่ก็เป็นไปแบบนี้ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะแก้ปัญหาด้วยการเช่าหนังมาดู ไปบ้านเพื่อน เล่นเน็ท หรือแด่ก
กุก็ไม่หายเหงา แต่ก็มีบ้าง ถ้าได้แด่ก แร้วดูหนังไปด้วย
กุจะมีความสุขขึ้นมามากๆ แต่ก็ต้องเครียดด้วยเรื่องอ้วน ส้นตีน !
เรื่องที่ 2
เวลาที่กุได้กลับแพร่ เป็นช่วงเวลาที่กุมีความสุข
ที่กุได้อยู่กับเครือญาติ ได้อยู่บ้านที่เคยอยู่
แต่เมื่อไหร่ ที่กุต้องกลับมาพิดโลก
วันนั้นทั้งวันแระทั้งคืน จะเป็นวันที่กุโคตรจะเหงา
อยากร้องไห้ยิ่งนัก ไม่อยากกลับมา แต่ก็ต้องกลับ
ด้วยหน้าที่ ที่จะต้องเอาขี้เลื่อยมาใส่หัว ไม่ให้มันกลวง
ต้องมาเรียนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เรียนให้มันจบๆ
เฮ้อ ... คิดถึงที่บ้านว่ะ กุบ่อยากกลับมาเล้ย
ไม่อยากเจออะไรที่ไม่ชอบ ไม่อยากเจออะไรที่ไม่มีความสุข
อยากอยู่ที่แพร่ กุอยากอยู่แพร่ แง้ๆๆๆๆๆ
กุมีความสุขที่สุด
เรื่องที่ 1
แด่ก เป็นเรื่องที่กุมีความสุขมาก ได้แด่กอะไรที่ตัวเองชอบ หรืออยากจะแด่ก
แต่ก็เป็นความชิบหายของกุ ที่ทำให้เกิดปัญหาการ ปลิ้น ได้
" รับอึ่งอ่างพองลมอย่างกุ ไปอ้อนเล่นบ้างไม๊คะ ? "
เรื่องที่ 2
การที่กุได้อยู่กับครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น
บางครั้งกุจึงรู้สึกรับไม่ได้ ที่ครอบครัวกุเกิดความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆ
คนอื่นอ่านคิดว่าเป็นการดัดจริต บิดๆเบี้ยวๆ
แต่มันก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ( อย่าคิดว่ากุถ่อย แร้วร้องไห้ไม่เป็น )
ไม่มีอะไรจะมาทำให้กุรู้สึกมีความสุข เท่ากับการได้อยู่กับครอบครัว
อันเป็นที่รักได้อีก ( ยกเว้นเรื่องแดรก 1 เรื่อง )
ฮรี่ๆๆๆๆๆๆ
เรื่องที่ 3
เวลาเครียดๆ กุจะชอบไปเล่นกับเด็ก เวลาอยู่กับเด็กๆ
ทำให้กุรู้สึกปลอดโปร่ง เรื่องเครียดๆ ก็เบาบางลง
เด็กๆไร้เดียงสา เมื่อไหร่ที่กุได้เข้าไปสัมผัส
ไม่ว่าเด็กเหล่านั้นจะดื้อจะซน น่าตบยังไงก็ตาม
มันก็ยังมีความน่ารักในแบบฉบับของพวกมันแหละน่า
กุจึงรู้สึกมีความสุข แระถ้าเครียด ก็จะหาเด็กมาแด่ก เอ๊ย !
กุจะหาโอกาสไปหยอก ไปเล่น กับเด็กๆ อูวววว มีความสุขจริงๆ
ลั๊ลลา
กุตอแหลที่สุด
กุไปเจาะซาดือมา ฮิ้วววว ครั้งแรกกุก็ว่าเจ็บแร้วนะ
ร้องอ๊อยยยย แต่ก็ไม่เท่าไหร่ พอกลับบ้านนี่เสะ
ตึงแผลมาก เจ็บๆๆๆ ต้องนั่งแบบผู้ดีแสด ดดดด
นั่งตัวตรง เชิดๆ แอ่นหน้า ที่จริงๆแร้ว กุเจ็บแผลตะหาก
ก๊าก ทุเรศชิบเป๋งเรยว่ะ ก๊ากๆๆ ขำตัวเอง
เวลาก็ผ่านไป แผลกุก็ไม่มีทีท่าว่าจะหาย แถมยังรู้สึกเจ็บอยู่ตลอดเวลาอีก
กุชอบส่องดูที่กระจกแร้วจะเห็นว่า ไอ่พี่คนนั้นมันเจาะให้เบี้ยว
กุเรยคิดไปคิดมา เอาวะ กุไปเจาะใหม่ดีกว่า
ว่าแร้วก็ไปบิ๊กซี ไปบอกพี่คนที่เคยเจาะให้กุว่าเค้าเจาะเบี้ยว
เค้าก็เอาจิลออกให้กุ แร้วบอกกุว่ารอให้แผลแห้ง แร้วมาเจาะใหม่ ฟรี !
ดูท่าทางพี่แกจะมะค่อยเชื่อเรยว่า เป็นฝีมือพี่แกเจาะเหรอ
แม่งถามกุจริงว่า " นี่พี่เป็นคนเจาะเหรอ ? "
กุก็ตอบว่า " ค่ะ ก็พี่นั่นแหละ "
เหมือนพี่แกจะแบบว่า อะไรวะ นี่ฝีมือกุเหรอ ประมาณนั้น
กุอยากบอกว่า พ่องดิ้ ถ้าไม่ใช่มึงแร้วจะใคร ค้วยยยยย
พอไปเจาะรอบสองนี่สิ เสียงกุเหมือนควายออกลูกเรย
มันเจ็บมาก เจ็บแบบสุดๆ เจ็บชิบหายวายป่วง
กุร้องเสียงหลงโอ๋ววววววววววววววววววววววววววววววววว
แต่เวลากลับบ้านมา แผลมันตึงแป๊บเดียวแฮะ ไม่เหมือนคราวก่อน
แต่แผลเก่าอ่ะเด้แม่ง อุบาทว์ว่ะ เหมือนแผลคนผ่าตัด
เป็นรอยๆ ช้ำๆ อยู่ด้วย
การเจาะซาดือ กุคิดว่ามันเป็นความสะใจเล็กๆของกุ อย่างบอกไม่ถูก
มันก็ไม่เชิงว่าซาดิสม์ แต่กุว่ามันสวยดี บอกไม่ถูก
ถึงพุงกุจาปลิ้น แต่กุก็อยากเจาะเว้ย กริ๊วววว
ตอนนี้กุรู้สึกว่ามันเจาะให้กุเบี้ยวอีกแระ แม่ง สัดนี่ ตอนแรก
กุคิดว่าแม่งไม่เบี้ยว ให้ใครดูก็ว่าไม่เบี้ยว แต่พอแผลเริ่มแห้งๆ
กุรู้สึกว่าส่องกระจกดูแร้วมันเบี้ยวอีกแระ เอาไงแน่วะ มันตาเขเหรอ
เชี่ยนี่ กุเจ็บแร้วนะ แม่ง ไม่จงไม่เจาะใหม่แระ ปล่อยแม่งงี้แหละวะ
ไว้หุ่นดีๆ กุจะโชว์ ก๊ากๆๆๆๆ จะมีวันนั้นของกุเหรอเนี่ย
ถ้าได้โชว์จริงๆ ก็คงไม่มีใครมาจ้องมองว่าน้องดือของกุเบี้ยวหรอกนะ
เพื่อนบางคนบอกว่าเบี้ยว บางคนบอกว่าไม่เบี้ยว
แม่ง เอาไงแน่วะ ปล่อยแม่งๆๆๆๆๆๆๆๆ
เชอะ !
อุ๊ย ... ตอแหล
โฮะๆๆๆๆๆ
ส่งท้ายปีเก่า
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาติดตามอ่านบล็อคของกุ
เข้ามาแบ่ง เข้ามาเติม เข้ามาทำเหี้ยไรก็ได้ที่บล็อกกุ
แระสำหรับท่านที่ชอบบอกกับกุเหลือเกินว่า
กุน่าจะไปเขียนหนังสือขาย กุก็เคยคิดเหมือนกัน
แต่กุคิดว่าหนังสือจะถ่อยมากไปไม่ได้ แระกุคิดว่า
ชีวิตของผู้หญิงที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นอย่างกุ ไม่ได้เก่งอะไรเรย
จะมีคนสนใจสุดๆ แร้วควักกระเป๋าจ่ายตังค์เพื่อซื้อหนังสือ
ของกุหรอกค่ะ
แต่ก็ต้องขอบคุณด้วยใจจริงค่ะ
ไม่คิดไม่ฝัน ว่าจะมีคนติดตาม ( มีคนบอกว่าชอบติดตามกุบ่อยๆ )
ทั้งๆที่กุก็ไม่ได้มีอะไรผิดแผกแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น
อาจจะขี้บ่น คิดมาก จู้จี้ ปากม๋า หรือนอยด์แด๊ก อยู่ตลอดเวลา
( เนี่ยนะ เหมือนคนอื่น ? )
แต่กุก็มาขี้ลงส้วม ทำให้บางครั้งก็มีคนที่ชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน
ได้มาอ่านเป็นบางครั้ง โว้ว กุเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ ( ไม่เกี่ยว )
ถึงกุจะเป็นคนไม่มีสาระ ไม่มีแก่นสาร ไม่มีห่าไรไรซักอย่าง
แต่ก็อยากอวยพรทุกๆท่านจากใจดวงน้อยๆ ของอิถ่อยหุ่นล่ำว่า
" สวัสดีปีใหม่ค่ะ เรื่องสัดม๋า ไม่ต้องเก็บมาคิด คิดแต่ปัจจุบัน
ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย นะโมพุทธายะ "
ภาษาเหนือวันละคำวันนี้ คำว่า แซ่ม อ่านว่า แซ่ม แปลว่า เสือก
แต่งประโยค ป้าคนนี่หยังมาแซ่มได้แซ่มว่า ไผย่ะเป๋นจะไดกะบ่ต้องมาว่าได้ก่อ
แปลอีกทีว่ะ อิป้าคนนี้ทำไมมาเสือกจังวะ ใครจะเป็นไงไม่ต้องมาว่าได้ไม๊เนี่ย
บ๊าย...บาย
นู๋บลิว เซเลอร์มูน ก๋ากั่น
ป.ล จริงๆแร้วทำ ส.ค.ส. เป็น โปรแกรม movie maker ขึ้นมา
แต่กุก็ไม่สามารถจะอัพขึ้นเว็ปได้ เน็ทกุถ่อยมากๆ ฮือๆ
อดอวยพรเรย เวรแต้ๆ เอาวะ ไว้อัพขึ้นเว็ปได้ก่อนเหอะ กุจะใส่ลงในบล็อกเน้
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
( มีเรื่องตั้งเยอะแยะ แต่นึกออกตอนนี้ก็แค่นี้ หิหิหิ )